เกษตรกรยื่นหนังสือ วอนช่วยแก้ปัญหาหนี้สินสมาชิกกองทุนฟื้นฟู

เกษตรกรยื่นหนังสือ วอนช่วยแก้ปัญหาหนี้สินสมาชิกกองทุนฟื้นฟู

เกษตรกรยื่นหนังสือ วอนช่วยแก้ปัญหาหนี้สินสมาชิกกองทุนฟื้นฟู

รูปข่าว : เกษตรกรยื่นหนังสือ วอนช่วยแก้ปัญหาหนี้สินสมาชิกกองทุนฟื้นฟู

เกษตรกรที่เดือดร้อนด้วยปัญหาหนี้สินทั่วประเทศ กว่า 100 คนเข้ายื่นหนังสือเพื่อขอให้แก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งขณะนี้พวกเขากำลังจะถูกยึดทรัพย์สินทั้งบ้านและที่ดินทำกิน

วันนี้ (16 พ.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมา เกษตรกรที่เดือดร้อนด้วยปัญหาหนี้สินกว่า 100 คน เตรียมยื่นหนังสือ เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งขณะนี้พวกเขาถูกเร่งรัดคดีจากเจ้าหนี้และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีการฟ้องขายทอดตลาด ถูกขับไล่ ดำเนินคดีล้มละลาย และอาจขายทรัพย์ไปยังบุคคลอื่น เกษตรกรบางส่วนยอมรับนำทรัพย์สินไปทำการเกษตรแต่ขาดทุนเพราะเกิดจากปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งที่ผ่านมา

ปัจจุบันมีสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกว่า 500,000 คน มูลค่าทรัพย์สินกว่า 60,000 ล้านบาท และที่มาร่วมยื่นหนังสือวันนี้ กว่า 20 คนกำลังจะถูกยึดทรัพย์ กลุ่มเกษตรกรจึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานทหารที่เกี่ยวข้องโดยดำเนินการ เช่น เร่งรัดให้ตั้งคณะกรรมการจัดการหนี้สั่งให้มีการปฏิรูปกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เร่งรัดให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าหนี้ชะลอการดำเนินคดี การบังคับคดีขายทอดตลาด ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบันมีการยื่นหนังสือกว่า 10 ครั้ง แต่ยังไม่มีการแก้ไขแม้เกษตรกรจะพยายามปรับตัวช่วยเหลือตัวเองแต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพราะเกิดภัยธรรมชาติมากขึ้นจึงจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเพื่อหาเงินมาใช้หนี้

นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ความต้องการบริโภคข้าวในปีนี้มีเพียง 25 ล้านตัน แต่ชาวนาผลิตไปมากถึง 33 ล้านตัน ทำให้ราคาข้าวยิ่งตกต่ำลง รัฐบาลจึงพยายามสนับสนุนให้ชาวนาหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน หรือ เว้นช่วงการปลูกข้าว แต่ก็ยังไม่ได้ผลมากนัก

นักวิชาการยังเสนอทางออกว่าจากนี้ไปชาวนาไทยจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถรับมือกับสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งวิถีการปลูกข้าว ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชแบบผสมผสาน รวมทั้งบางส่วนควรหันมาปลูกข้าวที่มีราคาสูงเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น จึงจะช่วยให้ราคาข้าว และวิถีชีวิตของชาวนาดีขึ้นได้

กลับขึ้นด้านบน