นายกฯ สั่งชะลอโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ "สตึงมนัม"

นายกฯ สั่งชะลอโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ "สตึงมนัม"

นายกฯ สั่งชะลอโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ "สตึงมนัม"

รูปข่าว : นายกฯ สั่งชะลอโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ "สตึงมนัม"

นายกรัฐมนตรีสั่งชะลอโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ "สตึงมนัม" ออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อรอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศึกษาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกและอีอีซีให้ชัดเจนเสียก่อน และประเมินความจำเป็นว่าจะต้องเดินหน้าโครงการต่อหรือไม่

เมื่อวานนี้ (5 ก.ย.2560) นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยถึงกรณีโครงการซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเขื่อนสตึงมนัม 24 เมกะวัตต์ ของกระทรวงพลังงาน ว่าขณะนี้ โครงการยังชะลออยู่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กลับไปศึกษาการบริหารจัดการน้ำของโครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อย่างละเอียด ก่อนที่จะมีการตัดสินใจซื้อไฟฟ้าและน้ำจากโครงการสตึงมนัม ซึ่งการซื้อไฟฟ้าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการเท่านั้น ซึ่งวัตถุประสงค์จริงๆ แล้วคือความต้องการน้ำ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร มาใช้ในพื้นที่อีอีซี เพื่อเสริมความมั่นคงด้านระบบนิเวศ และนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมด้วย แต่ล่าสุดต้องรอผลศึกษาของกระทรวงเกษตรฯ ก่อนว่าขณะนี้น้ำในพื้นที่อีอีซีนั้นเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ และในระยะเวลากี่ปี

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ไม่ได้มีส่วนสำคัญในการเสริมความมั่นคงด้านไฟฟ้า เพราะรับซื้อเพียง 24 เมกะวัตต์ แต่จะได้ประโยชน์จากการได้น้ำมาช่วยขับเครื่องอีอีซี ส่วนประเด็นการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการนี้ราคาแพงถึง 10.75 บาทต่อหน่วยนั้นเป็นการบวกรวมค่าไฟฟ้าและค่าน้ำ โดยต้องสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ส่งน้ำผ่านภูเขาลงทุน 9,000-10,000 ล้านบาท และเป็นเพียงกรอบการประเมินสูงสุด ซึ่งทุก 10.75 บาทต่อหน่วย นอกจากจะได้ไฟฟ้า 1 หน่วย บนพื้นฐานต้นทุนค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่ไทยผลิตได้อยู่ที่ 2.60 บาทต่อหน่วย และยังได้น้ำอีก 3 ลูกบาศก์เมตร เฉลี่ยลูกบาศก์เมตรละ 2.80 บาท ได้น้ำอย่างน้อยปีละ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร มีข้อผูกพันในการส่งน้ำเป็นเวลา 50 ปี

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ก็ออกมายืนยันว่าการผันน้ำจากเขื่อนสตึงมนัมของกัมพูชา มูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท เพื่อมาใช้ในโครงการอีอีซีนั้น ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ ได้หารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เห็นชอบในหลักการที่จะให้กรมชลประทานเข้าไปสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้แล้ว ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ถูกบรรจุอยู่ในแผนงบประมาณปกติปี 2561-2562 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

มีรายงานว่าในการประชุม ครม.เมื่อวานนี้ ได้มีการหารือโครงการเขื่อนสตึงมนัม โดยเป็นโครงการที่จะไปหารือในที่ประชุม ครม.ร่วมไทย-กัมพูชาในวันพรุ่งนี้ ก่อนจะได้ข้อสรุปว่าจะเดินหน้าโครงการต่อไปหรือไม่ แล้วด้วยเงื่อนไขและรูปแบบใด ซึ่งเดิมทีมีแผนที่จะลงนามในหลักการร่วมกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา แต่หลังจากนายกรัฐมนตรีให้ชะลอโครงการนี้ไปก่อน คงต้องเลื่อนลงนามออกไป

 

กลับขึ้นด้านบน