ตระการตา “กรองดอกรัก” ฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

ตระการตา “กรองดอกรัก” ฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

ตระการตา “กรองดอกรัก” ฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

รูปข่าว : ตระการตา “กรองดอกรัก” ฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

นิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่เปิดให้ประชาชนได้เข้าชมความสวยงาม ปราณีต ของพระเมรุมาศ อันประกอบด้วยประติมากรรม จิตรกรรมประดับพระเมรุมาศ หลากหลายแขนงอันสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญา วัฒนธรรม และราชประเพณีของไทย

 

 

ภายในนิทรรศการ ยังมีส่วนงานแสดงในจุดต่างๆ ให้ประชาชนได้เข้าชมอีกด้วยทั้ง บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม บริเวณทับเกษตร ภูมิทัศน์ด้านหน้าพระเมรุมาศ และบริเวณศาลาลูกขุนทั้ง 6 หลัง โดยเฉพาะในส่วนของศาลาที่ 6 มีการจัดนิทรรศการ “ตระการวิจิตรศิลปกรรม : งานประณีตศิลป์ในพระราชพิธี” ซึ่งจัดแสดงการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

การจัดทำเครื่องสดประดับ “พระจิตกาธาน” ถือเป็นหัวใจสำคัญในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งโครงสร้างพระจิตกาธานทรงบุษบกเรือนยอด 9 ชั้น มีความสูงกว่า 13 เมตร นับเป็นพระจิตกาธานที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา รวมถึงประดับดอกปาริชาติไว้อย่างสวยงาม ซึ่งถูกตกแต่งประดับประดาด้วยงานช่างปราณีตศิลป์หลายแขนงยึดถือแบบแผนตามโบราณราชประเพณีของราชสำนัก

 

 

จุดสำคัญในนิทรรศการดังกล่าวอยู่ที่ "งานเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน" อันประกอบด้วย 3 ส่วนที่สำคัญ ได้แก่ งานแทงหยวก งานแกะสลักของอ่อน และงานกรองดอกไม้

งานกรองดอกไม้หรือการทำดอกไม้ประดิษฐ์จากของสดและอัญมณีล้ำค่า ที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน ใส่ใจในการประดิษฐ์ทุกขั้นตอนเพื่อให้มีลวดลายงดงาม และมีรูปแบบถูกต้องในการประดิษฐ์ดอกปาริชาติ ซึ่งเป็นดอกไม้เฟื่องและดอกไม้ไหว จำนวน 70 ดอก สื่อถึง 70 ปี แห่งการครองราชย์ โดยใช้กลีบดอกสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพและสีชมพูอมแดง เป็นสีกำลังวัน ประสานกับการกรองกลีบดอกบานไม่รู้โรย เกสรใช้เมล็ดธัญพืชพันธุ์พระราชทาน คัดจากแหล่งที่ดีที่สุดและเกสรชั้นในสุดประดับแก้วนพรัตน์ 9 ดวง ซึ่งวัสดุเกือบทั้งหมดได้รับจากประชาชนที่นำมาถวาย

 

 

“งานกรองดอกไม้” สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ ในการกรองดอกรักชั้นเรือนยอดชั้นที่ 9 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดในการจัดทำเครื่องสดประดับ “พระจิตกาธาน” และได้นำมาจัดแสดงให้ประชาชนได้รับชมด้วย
รวมถึง นิทรรศการดังกล่าว ยังจัดแสดง “ดอกปาริชาต” มีความเชื่อว่าเป็นดอกไม้บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ส่งกลิ่นหอมได้ไกลถึง 5,000 โยชน์ หากได้สูดดมจะสามารถระลึกถึงอดีตชาติได้ เปรียบเสมือนพสกนิกรชาวไทย ที่ขอระลึกถึงพระองค์ผู้สถิตในดวงใจตลอดกาล ได้ถูกนำมาใช้เป็นดอกไม้ส่งเสด็จประดับบนพระจิตกาธาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

 

 

นายธีรภัทร์ จิตประไพกุลศาล เจ้าหน้าที่นำชมนิทรรศการพระเมรุมาศ กล่าวว่า เครื่องสดในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ประดิษฐานอยู่บนพระจิตกาธาน ประชาชนจึงไม่สามารถเข้าไปมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้นจึงถูกนำมาแสดงในนิทรรศการครั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้ชมเพื่อที่จะได้เห็นถึงลายละเอียดและความสวยงานของความพิถีพิถันในการจัดทำอันสะท้อนให้เห็นถึงฝีมือของช่างและความตั้งใจ

"นิทรรศการพยายามสะท้อนถึงวัฒนธรรมไทยและพระราชพิธีที่สำคัญซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการทำตามประเพณีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนตัวตนของคนไทยว่า เป็นผู้ที่รักในวัฒนธรรม เรามีประเพณีที่ยาวนานรวมถึงมีศิลปกรรมที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นรูปธรรมผ่านงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

นอกจากที่เราต้องการจะอนุรักษ์เอาไว้แล้วเรายังต้องการความรู้และความคิดเชิงช่าง รวมถึงได้ชมความงามของศิลปะไทยซึ่งเป็นศิลปะที่มีความละเอียดอ่อนและวิจิตรบรรจง ซึ่งอาจเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลังได้ในการที่จะอนุรักษ์หรือเรียนรู้ ฝึกหัดเพื่อสืบสานงานศิลปะไทยต่อไป" นายธีรภัทร์ กล่าว

 

 

น.ส.ณัฐชา หาญสัมฤทธิศักดิ์ อายุ 27 ปี ผู้เข้าชมนิทรรศการ กล่าวว่า “ได้เข้ามาซุ้มเครื่องสดเป็นที่แรกในการเข้าชม ก็ได้พบกับตาข่ายดอกรักฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพฯ ซึ่งรู้สึกดีใจมาก เพราะก่อนนี้เคยเห็นภาพผ่านทางเฟซบุ๊กจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ตั้งใจพาคุณแม่มาดู”

ขณะที่ นางกรองทอง หาญสัมฤทธิศักดิ์ อายุ 54 ปี กล่าวว่า “รู้สึกปลื้มใจมากที่ได้มาเห็นปลื้มใจที่พระองค์ฯทรงทำด้วยพระองค์เอง เป็นตาข่ายดอกรักที่งดงามมาก ศิลปหัตถกรรมเหล่านี้ ถือเป็นตำนานที่จะอยู่คู่เมืองไทยต่อไป”

 

 

 

ด้านนายสุนทร โกมลศุกร์ ข้าราชการบำนาญ วัย 65 ปี บอกความรู้สึกว่า วันนี้ตั้งใจมาชมพระเมรุมาศแต่มีโอกาสได้มาชมงานเครื่องสด ซึ่งเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่ทราบว่าสมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงอุปถัมป์เสมอมาจึงรู้สึกประทับใจมาก รับรู้ได้ถึงความตั้งใจและใส่ใจของพระองค์ที่ทรงลงมือประดิษฐ์ด้วยพระองค์เอง โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติต่าง ๆ

นิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ถือว่าเป็นนิทรรศการที่ทำให้ปวงชนชาวไทยได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมไทย และพระราชพิธีสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงรากฐานทางวัฒนธรรมของคนไทย ควรค่าแก่การรักษาและส่งต่อสู่คนรุ่นสู่รุ่นเพื่อให้คนไทยได้รับรู้และให้โลกประจักษถึงวัฒนธรรมอันล้ำค่าของไทย

 

กลับขึ้นด้านบน