เพิกถอน" วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ"พ้นพุทธอุทยาน-ตั้งโรงเลื่อยซุกไม้แปรรูป 1 พันล้านบาท

เพิกถอน" วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ"พ้นพุทธอุทยาน-ตั้งโรงเลื่อยซุกไม้แปรรูป 1 พันล้านบาท

เพิกถอน" วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ"พ้นพุทธอุทยาน-ตั้งโรงเลื่อยซุกไม้แปรรูป 1 พันล้านบาท

รูปข่าว : เพิกถอน" วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ"พ้นพุทธอุทยาน-ตั้งโรงเลื่อยซุกไม้แปรรูป 1 พันล้านบาท

"ชุดพญาเสือ" ร่วมกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจนับจำนวนไม้แปรรูปมากกว่า 1,200 แผ่น-ไม้ท่อนขนาดใหญ่มูลค่าราว 1,000 ล้านบาทในวัดเมตตาธรรมโพธิญาณ จ.กาญจนบุรี พร้อมเตรียมเสนอเพิกถอน ออกจากบัญชีพุทธอุทยาน หลังพบตั้งโรงเลื่อย ซุกไม้แปรรูป ขยายพื้นที่ก่อสร้าง

วันนี้ (8 ธ.ค.2560) ความคืบหน้ากรณีชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สนธิกำลังหทาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบโกดังเก็บไม้ของวัดเมตตาธรรมโพธิญาณ หมู่ 7 ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบไม้แปรรูปขนาดใหญ่มากกว่า 1,200 แผ่น และไม้ท่อนจำนวนมากมูลค่าราว 1,000 ล้านบาท ล่าสุด นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กล่าวว่า ขณะนี้ได้อายัดไม้ทั้งหมดไว้แล้ว โดยวันนี้เจ้าหน้าที่กรมอุทยาน กรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เข้าร่วมดำเนินการตรวจสอบ เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมทั้งทำแผนผังสิ่งปลูกสร้างรวมถึงตำแหน่ง จำนวนกองไม้ในวัดเมตตาธรรมโพธิญาณ

 

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ได้ แยกชุดกำลังเจ้าหน้าที่ แบ่งงานตรวจค้น นับไม้ที่สงสัยเพื่อกำหนดตำแหน่งเพื่อให้เจ้าอาวาส แสดงหลักฐานตามผังแปลงตรวจยึด ภายใน 30 วัน ถ้าไม่สามารถแสดงได้ คณะเจ้าหน้าที่ ต้องดำเนินการกฏหมายป่าไม้ต่อไป นอกจากนี้จะขยายเรื่องเส้นทางของไม้ที่นำเข้ามาใช้ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และจะส่งมอบให้ดีเอสไอ รับทำเป็นคดีพิเศษด้วย

ขณะเดียวกันยังเตรียมเสนอต่อกรมอุทยาน ให้เพิกถอนวัด ออกจากโครงการพุทธอุทยานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เนื่องจากพบว่าวัดทำผิดเงื่อนไขหลายอย่าง เช่น ตั้งโรงเลื่อยไม้ไม่ได้รับอนุญาต การแปรรูปไม้ พร้อมอุปกรณ์เลื่อยโซ่ยนต์ รวมทั้งมีสิ่งปลูกสร้างที่เพิ่มเติมผิดระเบียบ จากพื้นที่ของวัดที่มีอยู่ทั้งหมดกว่า 200 ไร่ จากการตรวจสอบเอกสารพบมีการอนุญาตให้มีสิ่งปลูกสร้างจำนวน 17 รายการ แต่พบมีจำนวนเกินที่แจ้งไว้

รวมทั้งตรวจสอบที่ดินที่ซ้อนทับกับพื้นที่ส.ป.ก ว่าส่วนที่ขอเพิ่มจากส.ป.ก.นั้นเป็นที่ดินของใคร ใครเป็นผู้ถือครองเป็นใคร ตรงตามวัตถุประสงค์ของ ส.ป.ก. หรือไม่

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องให้อายัดไม้ของกลาง มีดังนี้ 1.พบไม้ท่อนขนาดใหญ่จำนวนมาก ซึ่งพระเย็น หมง ชี้แจงว่าเป็นไม้นำเข้าจากต่างประเทศ มีเอกสารการนำเข้าผ่านด่าน นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ แต่มีไม้ส่วนหนึ่ง ไม่มีรอยดวงตรา ของพนักงานเจ้าหน้าที่ และเป็นไม้ที่กองแยกไว้ต่างหาก คณะเจ้าหน้าที่ ได้รับคำชี้แจ้งจากเจ้าอาวาส ว่า ส่วนไม้ที่ไม่มีดวงตรานั้น ได้ตัดไปแกะสลักเป็นรูปพระ แต่ยังต้องพิสูจน์ให้แน่ชัด

 

 

2.พบไม้แปรรูปจำนวนมาก เก็บรักษาไว้ในโกดังภายในวัด ซึ่งพระเย็น หมง ชี้แจงว่าไม้แปรรูปได้นำเข้า และผ่านด่าน จากต่างประเทศ (ฝั่งจ.หนองคายและจ.ตาก) โดยทางฝั่ง จ.ตาก นำเข้ามาในรูปแบบการอำพราง เป็นเฟอร์นิเจอร์ คณะเจ้าหน้าที่ ได้พิจารณาร่วมกันเห็นว่า การสำแดงไม้แปรรูป เป็นแผ่น มาเป็นเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ การนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป ทุกชิ้นจะทำสำเร็จรูปคือ สามารถใช้ได้ทุกชิ้นมีการลงน้ำมันพร้อมใช้งาน แต่ที่เห็นไม่มีความพร้อมที่สามารถใช้งานได้ ทางวัดชี้แจงว่า ไม้ที่สั่งซื้อมา ไม่ได้มาทำโต๊ะ แต่จะเอามาทำประตูโบสถ์ และบานหน้าต่าง จึงเห็นว่าเป็นการอำพรางหรือ การสำแดงเท็จ 

 

 

3.พบตู้คอนเทนเนอร์จำนวนมาก ภายในเก็บไม้แกะสลัก เฟอร์นิเจอร์ และไม้แปรรูปจำนวนมาก และเป็นข้อน่าสงสัย หลังจากที่เจ้าอาวาส แจ้งว่าไม้ท่อนที่ไม่มีดวงตรานั้น ได้ตัดมาทำแกะสลักพระ แต่กลับ พบใบสำแดงใบกำกับภาษี มีการนำเข้า ไม้แกะสลัก รูปพระต่างๆ จำนวนหนึ่ง หมายถึงไม่ตรงกับคำให้การของเจ้าอาวาส 4.พบเลื่อยโซ่ยนต์ และอุปกรณ์แปรรูปไม้ และไม้ชิงชัน  และ 5.พบสิ่งปลูกสร้างภายในวัดที่เพิ่มเติมจากการขออนุญาตเข้าร่วมโครงการส่งเสริมให้วัดช่วยงานด้านป่าไม้ หรือพุทธอุทยาน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ตะลึง ไม้ขนาดใหญ่มูลค่า 1 พันล้านบาทซุกวัดดังกาญจนบุรี

 

 

กลับขึ้นด้านบน