เครือข่าย นศ.ชมรมอนุรักษ์ฯ จี้เอาผิด "เปรมชัย" กับพวก ล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

เครือข่าย นศ.ชมรมอนุรักษ์ฯ จี้เอาผิด "เปรมชัย" กับพวก ล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

เครือข่าย นศ.ชมรมอนุรักษ์ฯ จี้เอาผิด "เปรมชัย" กับพวก ล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

รูปข่าว : เครือข่าย นศ.ชมรมอนุรักษ์ฯ จี้เอาผิด "เปรมชัย" กับพวก ล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

เครือข่ายนักศึกษาชมรมอนุรักษ์แห่งประเทศไทยเรียกร้องให้ดำเนินคดีนายเปรมชัย กรรณสูต และพรรคพวก ตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น หลังจากตั้งแคมป์พักแรมและล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

วันนี้ (7 ก.พ.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายนักศึกษาชมรมอนุรักษ์แห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์กรณีเหตุการณ์ล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งมีใจความว่า จากกรณีที่นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพรรคพวก ได้ทำการตั้งแคมป์พักแรมในบริเวณจุดห้ามตั้งของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบที่ตั้งแคมป์พักแรมและบริเวณดังกล่าว แต่มันกลับไม่ใช่แคมป์พักแรมธรรมดา เจ้าหน้าที่ตรวจพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้งไก่ฟ้าหลังเทา และซากเนื้อเก้ง

จากนั้นจึงขยายพื้นที่ตรวจสอบพบ อาวุธปืนไรเฟิล อาวุธปืนยาวลูกซองแฝดเบอร์ 20 และปืนยาวขนาด .22 พร้อมกระสุน และจากการตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติม ยังพบซากเสือดำ ถูกชำแหละและถูกถลกหนังอีกหนึ่งตัว ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อยู่ใน Core Area ของผืนป่าตะวันตก ซึ่งถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในระดับประเทศและระดับโลก และในสถานะการเป็น "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า" ควรมีความเข้มข้นในการคัดกรองคนเข้าพื้นที่อย่างจริงจัง แต่กับเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ตามที่ปรากฏ

จากเหตุการณ์ดังกล่าวเครือข่ายนักศึกษาชมรมอนุรักษ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาที่ทำกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากหลากหลายสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในนามของนักอนุรักษ์เราขอเรียกร้องดังต่อไปนี้

1.ความผิดของนายเปรมชัย กรรณสูตและพรรคพวก ขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมกันของสังคม ไม่ว่าจะเป็นใครจะจนหรือรวยค้ำฟ้า ความผิดย่อมเป็นความผิด อย่าลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย

2.อยากให้เกิดการตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจคนใดในกรมอุทยาน มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้หรือไม่

3.เราจะติดตามคดีนี้อย่างจริงจัง และหากภายใน 7 วันยังไม่มีความคืบหน้า เครือข่ายจะมีการทวงถามต่อไป

4.ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ในการติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินตามขั้นตอนทางกฏหมาย เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อสังคม ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ด้วยศรัทธาบนเส้นทางอนุรักษ์
เครือข่ายนักศึกษาชมรมอนุรักษ์แห่งประเทศไทย
6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561

 

กลับขึ้นด้านบน