อัยการภาค 7 สั่งฟ้อง 6 ข้อหา "เปรมชัย"ชดใช้ชีวิตเสือดำแค่ 4 แสนบาท

อัยการภาค 7 สั่งฟ้อง 6 ข้อหา "เปรมชัย"ชดใช้ชีวิตเสือดำแค่ 4 แสนบาท

อัยการภาค 7 สั่งฟ้อง 6 ข้อหา "เปรมชัย"ชดใช้ชีวิตเสือดำแค่ 4 แสนบาท

รูปข่าว : อัยการภาค 7 สั่งฟ้อง 6 ข้อหา "เปรมชัย"ชดใช้ชีวิตเสือดำแค่ 4 แสนบาท

2 เดือนคดีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ อัยการภาค 7 สรุปความเห็นสั่งฟ้องนายเปรมชัย 6 ข้อหาล่าสัตว์ และพกอาวุธปืน ส่วนอีก 5 ข้อหามีความเห็นไม่สั่งฟ้อง เตรียมชงเสนอตำรวจภูธรภาค 7 หากมีความเห็นแย้งต้องส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณา มั่นใจหลักฐานสมบูรณ์แล้ว

ความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเว๊ลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี ซึ่งจะครบกำหนด 2 เดือนวันพรุ่งนี้ (5 เม.ย.) 

ล่าสุด วันนี้ (4 เม.ย.2561)นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 พร้อมด้วยคณะทำงานพิจารณาคดี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเว๊ลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) แถลงผลการสั่งคดี ว่า คณะทำงานอัยการพิจารณาสำนวนและหลักฐานทางคดีแล้ว มีความเห็นสั่งฟ้องนายเปรมชัย 6 ข้อหาจากทั้งหมด 10 ข้อหาที่พนักงานสอบสวนส่งหลักฐานให้อัยการพิจารณาคดี 

สำหรับ 6 ข้อหา ได้แก่ 1.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันมีไว้ครอบครอง ซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ร่วมกันซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่า อันได้มาโดยกระทำผิดกฎหมาย 5.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 6.ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร

เรียกค่าเสียหายชีวิตเสือดำแค่ 4 แสนบาท 

ส่วนอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายเปรมชัย ใน 5 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับการใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 5. ร่วมกันกระทำทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร 

โดยเหตุที่ไม่ฟ้องนายเปรมชัย ในข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาตนั้นพบว่า ปืนของนายเปรมชัย มีทะเบียน การครอบครองอย่างถูกต้อง ส่วนข้อหาเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นหลังจากการตรวจสอบแล้วพบว่านายเปรมชัย มีการขออนุญาตเข้าพื้นที่แต่การเข้าไปผิดขั้นตอนจึงไม่ฟ้องในข้อหานี้


นอกจากนี้ ยังเรียกค่าเสียหายทางคดีอาญา เกี่ยวกับเสือดำที่ ตีราคา 4.6 แสนบาท โดยอ้างอิงจากราคาเสือดำของสวนสัตว์ไนท์ซาฟารีเชียงใหม่ เมื่อปี 2549 สำหรับความเสียหายทางคดีแพ่งจำนวน 12 ล้านบาท ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต้องไปฟ้องดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายกันเอง 

ส่งกลับตำรวจหากไม่ขัดข้องส่งฟ้องศาล 

ด้านนายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7 หัวหน้าคณะทำงานคดีนายเปรมชัย กล่าวว่า กระบวนการต่อไปจะให้ส่งความเห็นของอัยการเรื่องสั่งฟ้องนายเปรมชัย ให้กับผู้บัญชาการภูธรภาค 7 พิจารณาตาม 145/1 พิจารณาความอาญา ว่าจะเห็นชอบตามที่อัยการมีความหรือไม่ ถ้าไม่เห็นชอบหรือมีความเห็นแย้ง ก็จะเสนอไปยังสำนักอัยการสูงสุดพิจารณาใหม่ แต่ถ้าเห็นตรงกันจะส่งสำนวนเข้าฟ้องศาล ทั้งนี้คงต้องดำเนินการให้ทันภายในระยะเวลาครบรอบการฝากขังรอบที่ 5 ภายในสัปดาห์นี้ ส่วนความผิดข้อหาอื่นๆเช่นคดีติดสินบนและร่วมกันติดสินบนเจ้าพนักงาน แยกเป็นคนละส่วนกัน  

ถ้าเราจะสั่งฟ้องได้พยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ แล้วเรามั่นใจว่าเพียงพอส่งฟ้อง และขอชื่นชม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มีการสวนเพิ่มเติมให้กับทางอัยการตามที่ร้องขอไปเพิ่มเติม 2 ครั้งและส่งกลับมาอย่างรวดเร็ว จนนำมาสู่การสรุปสำนวนให้สั่งฟ้องนายเปรมชัย ได้เร็ว

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า เปรมชัย ร้องขอความเป็นธรรมในบางข้อหา แต่อัยการส่งพิจารณาและสรุปว่าพิจารณาว่าไม่มีความจำเป็นต้องมีการสอบสวนเพิ่มติม และได้สรุปเรื่องนี้แล้ว 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

อัยการยังไม่ส่งฟ้อง “เปรมชัย” สำนวนไม่สมบูรณ์เพียงพอ

"ศศิน" วิเคราะห์คดี "เปรมชัย" เสี่ยงหลุด

 

กลับขึ้นด้านบน