มท.ย้าย 12 เก้าอี้ รองปลัด-ผู้ตรวจฯ-ผู้ว่าฯ

มท.ย้าย 12 เก้าอี้ รองปลัด-ผู้ตรวจฯ-ผู้ว่าฯ

มท.ย้าย 12 เก้าอี้ รองปลัด-ผู้ตรวจฯ-ผู้ว่าฯ

รูปข่าว : มท.ย้าย 12 เก้าอี้ รองปลัด-ผู้ตรวจฯ-ผู้ว่าฯ

ครม.มีมติแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย รองปลัด-ผู้ตรวจฯ-ผู้ว่าฯ 12 ตำแหน่ง ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เผย 3 เหตุผล มติ ครม.ที่เห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้าย 1.ครบวงรอบแผนย้ายกลางปี 61 2.พิจารณาผลงานในพื้นที่ และ 3.พิจารณาโดยหวังผลทางการเมือง

วันนี้ (24 เม.ย.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยระดับสูง ตามบัญชีรายชื่อข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยที่เสนอครม.พิจารณา ดังนี้

1.นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ


พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ 

นายศุภชัยจบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยเป็นผู้ว่าฯ พิษณุโลก ย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อ 25 ก.ค.2560 ก่อนหน้านั้นเคยเป็นรองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ (1 ธ.ค. 2557- 30 ก.ย.2558) ก่อนจะขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งแรกที่ จ.พะเยา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2558

2.นายปวิณ ชำนิประศาสน์

พ้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นรองปลัดกระทรวง

นายปวิณจบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับราชการในกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอด ก่อนจะย้ายไปรับตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อปี 2547 ต่อมาในปี 2549 โอนกลับมาเป็น ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และเป็นผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ในปีถัดมา

กระทั่งในปี 2552 เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ในปี พ.ศ. 2555 รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการปี 2556 เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 1 ตุลาคม จากนั้นในวันที่ 2 ตุลาคม ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง และเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในปี 2558


3.นายณรงค์ศักดิ์  โอสถธนากร

พ้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดพะเยา

นายณรงค์ศักดิ์จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขตตรวจราชการที่ 7 (จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง) อนุกรรมการ ในคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศ ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. 2552-2556 ในช่วงเดียวกันได้เป็นประธาน ในคณะอนุกรรมการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ ของคณะกรรมการแก้ไขการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.)

ต่อมาปี 2554-2557 อนุกรรมการ ในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้อง และปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 24 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้วเริ่มเป็นกรรมการในคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ช่วงปี 2555-2557 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในคณะกรรมการบริหารส านักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ปี2558 และเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นบัญชีของกระทรวงการคลัง สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการให้เอกชน ลงทุนในโครงการของรัฐ ตั้งแต่ปี 2557


4.นายประจญ ปรัชญ์สกุล

พ้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

นายประจญจบการศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ภูมิลำเนาเดิม อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อปี 2535 เริ่มดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอ แล้วเริ่มทำงาน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ในปี 2548 จนได้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้อำนวยการศูนย์ ปภ.เขต 15 เชียงราย รวมถึงผู้อำนวยการศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง จนกระทั่งปี 2546 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

 

5.นายณรงค์ พลละเอียด

พ้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง

นายณรงค์จบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มรับราชการเป็นปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง 3) อ.กุดบาก และ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ตั้งแต่ปี 2523 ต่อมาได้เป็นผู้อำนวยการกองคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2546 – 2548 และเป็นหัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรปราการ ปี 2549 – 2550

ก่อนจะได้รับหน้าที่หัวหน้าสำนักงานจังหวัดหนองบัวลำภู ในปี 2550 และเป็นหัวหน้าสำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ ปี 2550 – 2552 ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เมื่อปี 2552 แล้วย้ายไปเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ในปี 2555 เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ปี 2555 และเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ปี 2558 จนกระทั่งได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ในปี 2559

6.นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์

พ้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง

นายพิสุทธิ์ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร แล้วย้ายมาดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปี 2558  จนกระทั่งวันที่ 13 ก.ย.2559 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ 

 

7.นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์

พ้นจากผู้ตรวจราชการกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

นายวิบูลย์ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ก่อนจะย้ายไปดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สํานักงานปลัดกระทรวง เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2560

 

8.นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร

พ้นจากผู้ตรวจราชการกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

เมื่อปี 2558 ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี  เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2560 ได้ย้ายมาดํารงตําแหน่ง
ผู้ตรวจราชการกระทรวง สํานักงานปลัดกระทรวง


9.นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ

พ้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ

จบการศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง พ.ศ.2528 - 2536 เริ่มรับราชการเป็นปลัดอําเภอขุนหาญ, อุทุมพรพิสัย, ไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ต่อมาในวันที่ 4 เม.ย. 2554 - 30 ก.ย. 2558 ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขต 8 (จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล)

กระทั่งวันที่ 20 มกราคม 2559 ได้ย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขต 12 จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดกาฬสินธุ วันที่ 29 มีนาคม 2559 ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี โดยตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2559 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี

10.นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล

พ้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี

นายพิบูลย์จบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2548 นายอำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์เริ่มรับราชการเป็นนายอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งแต่ปี 2550 ต่อมาปี 2552 เป็นนายอำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ แล้วปี 2554 นายอำเภอดำเนินสะดวก (ผู้อำนวยการสูง) จังหวัดราชบุรี

ปี 2554 เป็นนายอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี และปี 2555 นายอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จนเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2556 ได้เป็นปลัดจังหวัดปทุมธานีดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2557 แล้วได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2559 

 

11.นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์

พ้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์

นายสืบศักดิ์จบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2554 เป็นนายอำเภอแม่สะเรียง ต่อมาปี 2556 ได้เป็นปลัดจังหวัดตาก แล้วนั่งเก้าอี้รองพ่อเมืองครั้งแรกใน ปี 2557 เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในปี 2558 ได้ย้ายมาเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี และได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2559 

12.นายสิริรัฐ ชุมอุปการ

พ้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน

 วันที่ 26 ต.ค.2556 นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการปกครองท้องที่ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนที่จะย้ายไปดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ในปี 2559 

ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผย 3 เหตุผล มติ ครม.ที่เห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงและผู้ว่าราชการจังหวัด รวม 12 ตำแหน่ง ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ว่า หนึ่ง คือครบวงรอบตามแผนการแต่งตั้งโยกย้ายกลางปี 2561

ส่วนอีก 2 เหตุผล คือ การพิจารณาจากผลงานหรือข้อบกพร่องในพื้นที่ และการพิจารณาโดยหวังผลทางการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ย้ำว่าการแต่งตั้งโยกย้ายนี้มีขึ้น "เพื่อให้เกิดความเหมาะสม"

 

กลับขึ้นด้านบน