สั่งสอบทุจริตอาหารกลางวัน 2 หมื่นแห่งทั่วประเทศ

สั่งสอบทุจริตอาหารกลางวัน 2 หมื่นแห่งทั่วประเทศ

สั่งสอบทุจริตอาหารกลางวัน 2 หมื่นแห่งทั่วประเทศ

รูปข่าว : สั่งสอบทุจริตอาหารกลางวัน 2 หมื่นแห่งทั่วประเทศ

อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง สั่งโรงเรียนในสังกัดกว่า 20,000 แห่งดำเนินการ 4 มาตรการป้องกันการทุจริตโครงการอาหารกลางวันนักเรียน

กรณีสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสนำเสนอข่าวเกี่ยวกับวัตถุดิบที่จัดส่งไม่ครบในระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษา รวมถึงระดับชั้นมัธยมที่ไม่มีวัตถุดิบให้ตรวจรับ ในโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน เมื่อเดือน มิ.ย.2560 ก่อนหน้านี้

วันนี้ (31 พ.ค.2561) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นล่าสุดมีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 30 พ.ค.2561 ลงนามอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง มีเนื้อหาระบุว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าว กรณีร้องเรียนว่ามีการทุจริตงบประมาณค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน จ.พิจิตร โดยกระทำเป็นกระบวนการในลักษณะสมยอมกันระหว่างสถานศึกษา ผู้ขาย ผู้รับจ้าง และกรรมการตรวจรับ ด้วยวิธีการตรวจรับและเบิกจ่ายงบประมาณเต็มจำนวน ซึ่งไม่สอดคล้องกับจำนวนที่ได้รับจริงในแต่ละวันเป็นเหตุให้ได้อาหารกลางวันที่มีคุณค่าไม่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ อันส่งผลกระทบต่อภาวะทุพโภชนาการของเด็กนักเรียน และคุณภาพการจัดการเรียนการสอน ถึงแม้ว่าจะยังอยู่ในกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้ข้อยุติของหน่วยงานตรวจสอบที่รับผิดชอบก็ตามนั้น

เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว ขอให้จังหวัดกำชับไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีสถานศึกษาในสังกัด ดังนี้

1.ถือปฏิบัติตามแนวทงการตรวจสอบด้านการเงิน การคลัง การพัสดุ และการบัญชีของสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบบัญชีการเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามหนังสือที่อ้างถึง โดยเคร่งครัด

2.เพื่อความโปร่งใสและเสริมสร้างการมีส่วนร่วม ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตงบประมาณค่าอาหารกลางวัน ให้ปิดประกาศรายการอาหารและจำนวน หรือปริมาตรวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ประกอบอาหารในแต่ละวันให้ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนทราบ โดยพิจารณาปิดประกาศเป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือนตามความเหมาะสม

3.ขอให้ผู้บริหารท้องถิ่น หมั่นตรวจติดตามการจัดซื้อจัดจ้างอาหารกลางวันของสถานศึกษาในสังกัดให้เป็นไปตามระะเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยการแต่งตั้งคณะทำงานสุ่มตรวจ หรือผู้บริหารท้องถิ่นลงพื้นที่สุ่มตรวจด้วยตนเองเป็นระยะ

4.การแต่งตั้งกรรมการตรวจรับพัสดุ ให้มีการหมุนเวียนสับเปลี่ยนบุคลากรมาทำหน้าที่ เว้นแต่มีข้อจำกัดด้านบุคคลากรในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระบุด้วยว่าหนังสือลงนามไปแล้ว คาดว่าสัปดาห์หน้าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของแต่ละโรงเรียนที่ต้องดำเนินการตามคำสั่งแนวทางนี้ โดยขอให้ผู้บริหารท้องถิ่นดำเนินการอย่างเร่งด่วน

 


นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวทางกรมฯไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้มีหนังสือเวียนแจ้งเพื่อให้ทุกจังหวัด ไม่ใช่แค่ จ.พิจิตร ซึ่งมีโรงเรียนในสังกัด จำนวน 1,684 แห่ง และศูนย์เด็กเล็กจำนวน 19,155 แห่ง ทั่วประเทศ ได้ช่วยกันทำให้เกิดสิ่งที่ดีกับเด็กนักเรียนที่มาเรียนหนังสือ ทั้งสังกัด อบจ. เทศบาล หรือ อบต. ว่าต้องได้รับอาหารที่ครบถ้วน

ส่วนกรณีที่ จ.พิจิตร ทางกรมฯ ได้แนะนำว่าให้ติดประกาศให้ผู้ปกครองรับทราบว่า มีเมนูวัตถุดิบอะไรบ้าง รวมถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจรับให้ตั้งหลากหลาย อาจเชิญผู้ปกครองหรือบุคคลหน่วยงานอื่นในชุมชนมาร่วมตรวจสอบได้ด้วย เพื่อร่วมกันดูแลลูกหลานในพื้นที่ของตัวเองว่า ลูกหลานจะได้รับอาหารที่ดีตามหลักโภชนาการ เป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนี้จะมีการตั้งทีมสุ่มตรวจเฉพาะโดยไม่ให้โรงเรียนรู้ตัว สัปดาห์ละครั้ง 2 ครั้ง เพื่อให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุลกัน

"ขอบคุณไทยพีบีเอสที่เป็นสื่อกลาง ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเพื่อนำไปสู่การวางระบบเพิ่มเติมให้รอบคอบมากขึ้น แม้หน่วยงานราชการจะมีระบบอยู่แล้ว แต่การนำเสนอข่าวดังกล่าว ทำให้เกิดแนวทางป้องปรามมากขึ้น ซึ่งการตรวจสอบที่ จ.พิจิตร จะไม่ช้า และทุกจังหวัดก็จะขยายผลตรวจสอบและป้องกันด้วยเช่นกัน"

นอกจากนี้ ทาง ป.ป.ช.ได้ทำงานเข้มข้นเชิงลึกด้วย เชื่อว่าจะทำให้ประเด็นต่างๆ เกิดความชัดเจนมากขึ้น และขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งผลดำเนินการตรวจสอบกลับมาให้กรมฯ รับทราบ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า การนำเสนอข่าวก็เป็นหนึ่งในช่องโหว่ที่เกิดขึ้น แต่สำคัญอยู่ที่ตัวบุคคลต่อให้วางระเบียบไว้ดีอย่างไร แต่ถ้าจะทำก็เกิดปัญหา แต่ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง หลังจากนี้ก็จะใช้หลักโปร่งใสด้วยการเชิญชวนให้ผู้ปกครองได้ร่วมเป็นกรรมการตรวจรับ ร่วมดูแลและการสุ่มตรวจเองของผู้บริหารจะช่วยเป็นการป้องปรามดูแล ก็จะทำให้เกิดมาตรการป้องกันได้หลายๆ แนวทาง เรามั่นใจและคาดหวังว่าจะเกิดผลในทางปฏฺิบัติได้จริง ถ้าโรงเรียนในสังกัดไหนไม่ทำคงไม่ได้ ถ้าโรงเรียนไหนไม่ทำคงได้เรียกมาคุยกัน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.ลุยสอบแล้ว! ทุจริตอาหารกลางวันเด็ก คาดสรุป ก.ค.61

เปิดใจ "ธัชธรรม ศรีทา” สายลับจับโกงอาหารกลางวัน

ใบเสร็จ..เสร็จใคร? พิรุธส่วนต่างค่าวัตถุดิบ

โกงงบฯ อาหารกลางวัน? เด็กนักเรียน จ.พิจิตร

 

กลับขึ้นด้านบน