“ตายแล้วเอาไปใช้ประโยชน์ ดีกว่าเผาเหลือแค่เถ้ากระดูก” จากใจผู้บริจาคดวงตา

“ตายแล้วเอาไปใช้ประโยชน์ ดีกว่าเผาเหลือแค่เถ้ากระดูก” จากใจผู้บริจาคดวงตา

“ตายแล้วเอาไปใช้ประโยชน์ ดีกว่าเผาเหลือแค่เถ้ากระดูก” จากใจผู้บริจาคดวงตา

รูปข่าว : “ตายแล้วเอาไปใช้ประโยชน์ ดีกว่าเผาเหลือแค่เถ้ากระดูก” จากใจผู้บริจาคดวงตา

สกุลศรี ศรีสารคาม หัวหน้าสาขาคณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า หากวันหนึ่งถ้าเราไม่ได้ดวงตา ดวงตาของเราก็จะยังมีประโยชน์กับคนอื่น เพราะเราทราบดีกว่าดวงตามีความสำคัญมาก หากเราไม่มีดวงตาก็จะใช้ชีวิตลำบาก และในสังคมก็มีคนจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสได้เห็นหรือใช้ชีวิตอย่างอย่างลำบากเมื่อไม่สามารถมองเห็น ในวันที่เราไม่ได้ใช้ก็น่าจะนำไปให้คนที่สามารถใช้ประโยชน์ได้

 


ส่วนตัวมีความตั้งใจที่จะบริจาคดวงตามานานแล้ว แต่เมื่อพบว่าสภากาชาดมาเปิดบูธจึงแจ้งความจำนงในการเป็นผู้บริจาคทั้งอวัยวะและดวงตา ขณะที่ครอบครัวก็เห็นด้วยกับการบริจาคดวงตา โดยมารดาก็เป็นผู้บริจาคดวงตาด้วยเช่นกัน

ถ้าเราเสียชีวิตไปแล้วก็ควรจะนำดวงตาไปใช้ประโยชน์ ดีกว่าการเผาศพที่เหลือเพียงเถ้ากระดูกเท่านั้น ดวงตาและร่างกายของเราสามารถไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับผู้อื่นได้

สอดคล้องกับ น.ส.ราวแข พรหมแพทย์ พนักงานออฟฟิศ วัย 28 ปี กล่าวว่า สาเหตุที่บริจาคดวงตาและอวัยวะกับสภากาชาดไทยก็เพราะส่วนหนึ่งเป็นการทำบุญ เพราะหากเราเสียชีวิต ร่างกายและวิญญาณเราก็จะแยกจากกัน และร่างกายก็ควรที่จะนำไปใช้ประดยชน์ทั้งดวงตาหรือร่างกาย

 

 

ตนเองคิดที่จะบริจาคดวงตาตั้งแต่สมัย ม.ปลาย แต่ยังไม่รู้ถึงวิธีการ จนไปพบสภากาชาดไทยเปิดบูธจึงเข้าไปสอบถามและยื่นขอเป็นผู้บรจาคคดวงตาและอวัยวะ

เมื่อตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ ดังนั้นก็ควรให้ร่างกายเรานำไปต่อยอด สร้างประโยชน์ให้กับคนที่ยังไม่สมบูรณ์ให้เกิดประโยชน์ดีกว่าในอนาคต

 

กลับขึ้นด้านบน