กรมชลฯ ทำทางเบี่ยงตัดยอดน้ำ 13,000 ลบ.ม. เข้าท้ายถ้ำหลวง

กรมชลฯ ทำทางเบี่ยงตัดยอดน้ำ 13,000 ลบ.ม. เข้าท้ายถ้ำหลวง

กรมชลฯ ทำทางเบี่ยงตัดยอดน้ำ 13,000 ลบ.ม. เข้าท้ายถ้ำหลวง

รูปข่าว : กรมชลฯ ทำทางเบี่ยงตัดยอดน้ำ 13,000 ลบ.ม. เข้าท้ายถ้ำหลวง

กรมชลประทานเร่งทำบายพาสท้ายถ้ำหลวง หวังสกัดน้ำเข้าถ้ำวันละ 13,000 ลบ.ม. ระบุหากฝนตกวันที่ 5 ก.ค.น้ำจะไม่เข้าถ้ำเพราะได้ทำทางเบี่ยงน้ำไว้แล้ว

วันนี้ (4 ก.ค.2561) นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เดินทางลงพื้นที่ติดตามแผนการระบายน้ำออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งถือเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดในการกู้ภัยครั้งนี้

นายทองเปลว เปิดเผยว่า กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปตท.เชฟรอน และชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมมือกันทำบายพาส ระยะทาง 200 เมตร เพื่อเบี่ยงเส้นทางน้ำบริเวณท้ายถ้ำหลวงทางทิศใต้ หรือเรียกว่าจุดมาร์ติน ซึ่งเป็นจุดที่มีน้ำไหลเข้าถ้ำที่สำรวจพบเมื่อวานนี้ ( 3 ก.ค.) โดยมีน้ำไหลเข้าถ้ำหลวงวันละ 13,000 ลบ.ม. หากทำบายพาสสำเร็จจะช่วยลดน้ำเข้าถ้ำได้ คาดว่าจะดำเนินการเสร็จภายในวันนี้

ทั้งนี้ อัตราการสูบน้ำออกจากภายในถ้ำ อยู่ที่วันละ 68,000 ลบ.ม.ในเวลา 2 ชั่วโมงระดับน้ำภายในถ้ำจะลดลง 1 เซนติเมตร

นายทองเปลว กล่าวว่า ภายในถ้ำกรมชลประทานได้ทำบายพาสไว้ ขณะนี้ยังคงสูบน้ำออกต่อเนื่อง และหากวันที่ 5 ก.ค.นี้ มีฝนเติมเข้ามาก็จะสามารถจัดการได้ เนื่องจากน้ำที่ไหลเข้ามาจะสามารถผ่านบายพาส และไม่ล้นออกจากท่อวางไว้

สำหรับพื้นที่เกษตรที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำออกจากถ้ำหลวง มีจำนวน 800 ไร่ ขณะนี้กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ติดเครื่องสูบ้ำที่บ้านสันปูเลย เพื่อสูบบ้ำลงลำน้ำมะ จากลำน้ำมะ ระยะทาง 30 กิโลเมตร ไปบรรจบที่ลำน้ำลวก จากจุดบรรจบน้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง ระยะทาง 16 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม จากจุดสูบถึงแม่น้ำโขงระยะทางรวม 46 กิโลเมตร ล่าสุดสำรวจแล้วพบว่าระดับน้ำในลำน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งมากกว่า 1 เมตร น้ำที่สูบออกยังคงไหลในลำน้ำไม่กระทบพื้นที่อื่น

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน