"กรมสุขภาพจิต" สั่ง รพ.จิตเวช รับมือพายุเบบินคา

"กรมสุขภาพจิต" สั่ง รพ.จิตเวช รับมือพายุเบบินคา

"กรมสุขภาพจิต" สั่ง รพ.จิตเวช รับมือพายุเบบินคา

รูปข่าว : "กรมสุขภาพจิต" สั่ง รพ.จิตเวช รับมือพายุเบบินคา

กรมสุขภาพจิตสั่งให้โรงพยาบาลจิตเวช 20 แห่ง ทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรับมือพายุโซนร้อนเบบินคา ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น

วันนี้ (17 ส.ค.2561) นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือพายุโซนร้อนเบบินคาที่จะมีผลกระทบต่อประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นทั้ง 4 ภาคตามประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาว่า กรมสุขภาพจิตได้สั่งการให้โรงพยาบาลจิตเวช 20 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งมีครอบคลุมทุกภาค ดำเนินการ 3 มาตรการ ได้แก่ 1.การป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาล ซึ่งทุกแห่งได้จัดการไว้ล่วงหน้าแล้ว สามารถให้บริการประชาชนที่เจ็บป่วยทางใจ โดยเฉพาะในภาวะฉุกเฉินเช่นคุ้มคลั่ง อาละวาดเป็นต้น ตลอด 24 ชั่วโมง 2.ให้จัดระบบการตรวจสอบคนไข้ที่จิตแพทย์นัดติดตามผลการรักษา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอาการกำเริบจากการขาดยา โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่สูง ห่างไกล หรือพื้นที่ทุรกันดาร ซึ่งจะเดินทางยากลำบากกว่าพื้นที่อื่น และ 3.จัดเตรียมทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท หรือทีมเยียวยาใจพร้อมยาเวชภัณฑ์ที่จำเป็นรวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ ร่วมกับศูนย์สุขภาพจิตอีก 13 แห่ง เพื่อสนับสนุนทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทในพื้นที่ในการดูแลจิตใจผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวอีกว่า หากผู้ป่วยจิตเวชเกิดการเจ็บป่วยจากโรคที่มักเกิดในฤดูฝน เช่น ไข้หวัดใหญ่ รวมทั้งโรคอุจจาระร่วง ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง โดยผู้ป่วยหรือญาติควรแจ้งแพทย์ที่ตรวจทราบด้วยว่ามียาทางจิตเวชกินประจำและต่อเนื่อง โดยผู้ป่วยจิตเวชสามารถกินที่แพทย์สั่งให้การรักษาร่วมกันได้ ไม่ต้องหยุดกินยาจิตเวชที่กินประจำแต่อย่างใด ไม่มีปัญหายามีปฏิกิริยาต่อกัน เพื่อผลในการควบคุมการทำงานของสมองให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

ด้าน นพ.ธรณินทร์ กองสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) สวนปรุง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า พื้นที่ภาคเหนือตอนบนเป็นโซนที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนเบบินคา ได้กำหนดแนวทางเพื่อให้ผู้ป่วยจิตเวชมียากินตลอด โดยให้คำแนะนำผู้ป่วยทุกรายเรื่องการเก็บยาระหว่างเดินทาง การเก็บยาที่บ้านที่ป้องกันยาเปียกน้ำหรือยาชื้นในช่วงฝนตกหนัก ในบางรายจำเป็นต้องจัดยาให้มากกว่าปกติและรายที่ได้รับยามากกว่า 1 เดือนขึ้นไป ทางเภสัชกรจะใส่สารดูดความชื้นไว้ในซองยาให้ด้วย เพื่อป้องกันยาชื้น ขณะเดียวกัน รพ.สวนปรุง ได้นำระบบเทเลเมดดิซีน หรือการแพทย์ทางไกลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มาใช้เพื่อลดปัญหาอุปสรรคในการเดินทาง เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคเหนือประมาณร้อยละ 80 จะเป็นพื้นที่สูง การเดินทางในฤดูฝนจะยากลำบาก ใช้เวลานานกว่าฤดูกาลอื่นๆ จากปกติ 4 ชั่วโมงเป็น 6 ชั่วโมง ทั้งนี้ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาทั้งด้านการเข้าถึงบริการผู้ป่วยจิตเวชและป้องกันปัญหาการขาดยา โดยมีระบบการสื่อสารเชื่อมต่อระหว่าง รพ.สวนปรุง กับ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล เริ่มแห่งแรกที่ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านใหม่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาต่อเนื่องจากแพทย์เฉพาะทางตามวันเวลา นัดหมาย ทั้งแพทย์และผู้ป่วยสามารถมองเห็นกัน พูดคุยซักถามอาการกันได้อย่างชัดเจน ลดค่าใช้จ่ายเดินทางทั้งแพทย์เชี่ยวชาญและผู้ป่วย

นพ.ธรณินทร์ กล่าวอีกว่า จากการประเมินผลพบว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ผู้ป่วยจิตเวชใน ต.บ้านใหม่ และ ต.แม่ตื่น ที่อยู่ใกล้เคียงที่มีประมาณ 50 คน ซึ่งร้อยละ 50 ป่วยเป็นโรคจิตเภท รองลงมาคือโรคซึมเศร้ามีร้อยละ 30 และติดสุราร้อยละ 20 สามารถอยู่ในชุมชนได้ ไม่มีปัญหาขาดยา โดยระบบเทเลเมดดิซีนนี้สามารถเปิดใช้ได้ในกรณีมีความจำเป็น เช่น ถนนเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด เป็นต้น ในเดือนหน้า ทีมจิตแพทย์เชี่ยวชาญจะลงติดตามประเมินผู้ป่วยในพื้นที่ที่อยู่ในโครงการด้วย และในเดือนตุลาคมนี้จะขยายผลใน จ.เชียงใหม่ เพิ่มอีก 2 แห่ง คือที่เรือนจำ อ.แม่แตง และรพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่นาจร อ.แม่แจ่ม โดยผู้ป่วยสามารถเบิกค่ารักษาได้ตามสิทธิ์ทุกประการ

 

 

กลับขึ้นด้านบน