"ศศิน" วิเคราะห์กลยุทธ์เปรมชัยซื้อเวลา หวังรอดคุกคดีเสือดำ

"ศศิน" วิเคราะห์กลยุทธ์เปรมชัยซื้อเวลา หวังรอดคุกคดีเสือดำ

"ศศิน" วิเคราะห์กลยุทธ์เปรมชัยซื้อเวลา หวังรอดคุกคดีเสือดำ

รูปข่าว : "ศศิน" วิเคราะห์กลยุทธ์เปรมชัยซื้อเวลา หวังรอดคุกคดีเสือดำ

ศศิน เฉลิมลาภ วิเคราะห์กลยุทธ์ฝ่ายกฎหมายเปรมชัย กรรณสูต ใช้แทคติกประวิงเวลาคดีเสือดำ รอสังคมจับตาเรื่องอื่น และพยานลืมเหตุการณ์

วันนี้ (27 ส.ค.61) ศาลจังหวัดทองผาภูมิ นัดฟังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ กรณีการพิจารณาคดีนายเปรมชัย กรรณสูต และพวกลักลอบล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ ที่ขอให้ศาลพิจารณาโอนย้ายไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7

นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า มูลนิธิสืบฯ ประเมินเรื่องคดีเสือดำมาโดยตลอด ซึ่งแทคติกใหญ่ของฝ่ายกฎหมายนายเปรมชัย คือการประวิงเวลาและสามารถทำสำเร็จ แต่ในแง่ของหลักการแล้วศาลจะตัดสินตามข้อมูลหลักฐาน เชื่อว่านายเปรมชัยและฝ่ายกฎหมาย คิดว่าหากเวลาเปลี่ยนไปจะช่วยให้การตัดสินใจ หรือข้อมูลต่างๆ ที่ใช้ในการขึ้นศาลเปลี่ยนไปได้

 

ฝ่ายกฎหมายมีเทคนิคเก่งๆ ประวิงเวลาไปยังช่วงที่เขาต้องการ ดูว่าต้องขึ้นศาลกี่ครั้ง และเลือกช่วงที่เกิดประโยชน์กับเขามากที่สุด การย้ายคดีไปยังศาลใดนั้นเป็นแค่เรื่องทางกฎหมาย

 

สำหรับพยานทั้ง 51 ปาก สามารถเปลี่ยนแปลงคำให้การได้ เช่น ลืมเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ฝ่ายกฎหมายของนายเปรมชัยอาจใช้เทคนิคการซักถาม หรือปล่อยข่าวออกมาให้เกิดความสับสน หรือทำให้พยานบุคคลเปลี่ยนใจ เพื่อทำให้พยานบุคคลให้การไม่ตรงกับบันทึกการจับกุม ขณะที่ศาลตัดสินตามพยานหลักฐาน เมื่อพบว่าข้อมูลไม่สอดคล้องกันอาจจะยกประโยชน์ให้จำเลย โดยรูปผลของคดีเข้ากับเป้าหมายว่า พอรับโทษเท่านี้ได้ก็จะปิดคดี

 

พยานบุคคลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เปลี่ยนใจได้ มีผลประโยชน์ หรือไม่มีก็ได้ คุณจะกล้าทำให้พยานหลักฐานไม่ตรงกับบันทึกจับกุมได้ ก็ต่อเมื่อสังคมไม่ติดตาม ไม่ได้หมายความว่าศาลตัดสินไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่ศาลตัดสินตามเป้าหมายที่ฝ่ายกฎหมายเขาวางไว้ ในวันที่สังคมไม่ได้จับตา

 

นายศศิน วิเคราะห์ว่า ฝ่ายกฎหมายของนายเปรมชัยจะเลือกดำเนินการต่างๆ ในช่วงเวลาที่สังคมให้ความสนใจกับเรื่องอื่นๆ เช่น เปลี่ยนผ่านรัฐบาล มีกระบวนการเลือกตั้ง ช่วงสูญญากาศทางการเมือง เพื่อให้ศาลชั้นต้นตัดสินออกมาตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งนายเปรมชัยไม่ได้มีเป้าหมายที่จะหลุดทุกคดี แต่เน้นคดีที่มีโทษจำคุกเพื่อให้รอลงอาญา ทั้งหมดนี้เป็นสิทธิตามกระบวนการยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิสืบฯ จะยังนำข้อมูลคดีต่างๆ ในด้านวิชาการมาถอดบทเรียนในกรอบที่ไม่ละเมิดศาล ส่วนการเคลื่อนไหวนั้น เป็นเรื่องของสังคมที่จะนำข้อมูลไปสานต่อเพื่อให้เกิดปรากฎการณ์ หรือความสนใจได้มากแค่ไหน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง มุมมอง "อัยการ" โอนคดีเสือดำถอยหลัง หรือนับหนึ่งใหม่? 

 

กลับขึ้นด้านบน