37 จังหวัด เสี่ยงฝนตกหนักจากอิทธิพล "มังคุด"

37 จังหวัด เสี่ยงฝนตกหนักจากอิทธิพล "มังคุด"

37 จังหวัด เสี่ยงฝนตกหนักจากอิทธิพล "มังคุด"

รูปข่าว : 37 จังหวัด เสี่ยงฝนตกหนักจากอิทธิพล "มังคุด"

ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวฯ ประเมินแม้พายุโซนร้อนมังคุดจะอ่อนกำลังลง แต่ยังคงทำให้มีฝนตกต่อเนื่อง คาด 37 จังหวัดเสี่ยงฝนตกหนัก พร้อมเฝ้าระวังเขื่อน 5 แห่งเป็นพิเศษหลังระดับน้ำเกินเกณฑ์ควบคุม

วันนี้ (18 ก.ย.2561) นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ เปิดเผยว่า พายุโซนร้อนมังคุด บริเวณประเทศจีน มีศูนย์กลางบริเวณเมืองคุนหมิง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย และคาดว่าในวันนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณมณฑลยูนนาน โดยช่วงวันที่ 18-19 ก.ย.251 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ยังคงมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ ประกอบกับในช่วงวันที่ 19-20 ก.ย.2561 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยขอให้ประชาชนระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งและดินโคลนถล่ม

37 จังหวัด เสี่ยงฝนตกหนัก

จากสถานการณ์ฝนวันนี้ ทำให้มีพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก 37 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ ภูเก็ต ตรัง สตูล สงขลา และฝนตกหนักมาก 2 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรีและตราด ซึ่งปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันตกมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง

จับตาพิเศษ 5 เขื่อนน้ำเกินเกณฑ์ควบคุม

ปัจจุบันเหลือเขื่อนที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเพียง 5 แห่ง เนื่องจากมีระดับเกินเกณฑ์ควบคุมและปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ ได้แก่ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร คิดเป็น 103%, เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี คิดเป็น 98%, เขื่อนนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี คิดเป็น 93%, เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี คิดเป็น 93% และเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก คิดเป็น 86% ซึ่งทุกเขื่อนมีปริมาณน้ำไหลเข้าลดลง ส่วนการระบายออกยังต้องดูสถานการณ์ฝนและผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำด้วย

ขึ้นธงแดงเตือน ปชช.ท้ายเขื่อนพระรามหก

เขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ขึ้นธงแดงแจ้งเตือนประชาชนท้ายเขื่อน ให้ติดตามสถานการณ์ระบายน้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น หลังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เร่งระบายน้ำออกมาจากภาวะที่มีฝนตกหนักและน้ำไหลเข้าเขื่อนปริมาณมาก จึงต้องเร่งพร่องน้ำรองรับฝน

นายศิลป์ชัย บุญเจริญกิจ นายกเทศมนตรีตำบลท่าเรือ เรียกร้องกรมชลประทานกั้นแม่น้ำป่าสักในเขตอำเภอท่าเรือ และขอให้บริหารจัดการน้ำตามข้อตกลงที่ทำไว้ เมื่อเพิ่มการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนในปริมาณมากจะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเตรียมรับสถานการณ์ได้ทัน

 

กลับขึ้นด้านบน