รถตู้เกิน 10 ปี ดูแลไม่ดีเสี่ยงอุบัติเหตุ

รถตู้เกิน 10 ปี ดูแลไม่ดีเสี่ยงอุบัติเหตุ

รถตู้เกิน 10 ปี ดูแลไม่ดีเสี่ยงอุบัติเหตุ

รูปข่าว : รถตู้เกิน 10 ปี ดูแลไม่ดีเสี่ยงอุบัติเหตุ

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยยานยนต์ วิเคราะห์รถตู้สาธารณะอายุเกิน 10 ปี เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ เพราะอาจไม่ได้รับการดูแลตามมาตรฐาน ทั้งระบบเบรก สายไฟ ระบบการเลี้ยว แนะผู้ประกอบการยกระดับเพื่อสร้างความมั่นใจผู้บริโภค

จากกรณีกรมการขนส่งทางบก ไม่อนุมัติขยายการใช้งานรถตู้สาธารณะที่มีอายุเกิน 10 ปี ตามข้อกำหนดความปลอดภัย

รศ.สายประสิทธิ เกิดนิยม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวว่า ตัวเองเชื่อว่าการกำหนดอายุของรถที่วิ่งให้บริการนั้น มีเหตุผลเพียงพอ โดยศึกษาจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุ สะท้อนให้เห็นสภาพของผู้ใช้รถและการดูแล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยก "คำร้อง" รถตู้ 10 ปีเหตุยังไม่ฉุกเฉินเพียงพอ
เช็กเลย 6 เส้นทาง รถเมล์วิ่งแทนรถตู้

ส่วนการป้องกันคือการยับยั้งไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะ ระบบเลี้ยว อุปกรณ์เบรก ระบบเชื้อเพลิง หรือการลัดวงจรต่างๆ วัสดุอย่างสายไฟก็จะเสื่อมตามอายุการใช้งาน ผู้ประกอบการต้องมองเรื่องการซ่อมบำรุงตามระยะทางที่รถตู้วิ่ง ที่มากกว่ามาตรฐานที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์กำหนดไว้ อาจเป็นข้อจำกัดของผู้ประกอบการที่ยังไม่ทราบว่าควรเปลี่ยนถ่ายอย่างไร ตามระยะทางเท่าใด เนื่องจากมีการใช้รถทุกวัน

 

 

หากรถวิ่งมาแล้ว 10 ปี ระยะทาง 600,000-700,000 กิโลเมตร ตัวเองมองเรื่องความปลอดภัยของตัวรถ ไม่ได้มองเรื่องระยะทางที่วิ่ง ผู้ประกอบการต้องดูแลเพิ่มมากขึ้น ทั้งระบบบังคับเลี้ยว ลูกหมากรถยนต์และอื่นๆ ที่สึกหรอ จะต้องเปลี่ยนและใช้อะไหล่มาตรฐานเดิมของอุตสาหกรรมที่ออกแบบไว้ รวมทั้งการเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำมันเครื่อง ระบบเบรก

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนอะไหล่บางอย่างต้องใช้ต้นทุน แต่การใช้อะไหล่เทียมที่มองดูแล้วเหมือนของจริงและใช้ได้ทนนั้น อาจไม่ได้คุณภาพ หรือมีการใช้ยางรถยนต์เกินอายุ เพราะยางรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยสึก ซึ่งยางจะสูญเสียเรื่องการเกาะถนนเรื่อยๆ พร้อมแนะนำให้ผู้ประกอบการรถตู้ สอบถามกับศูนย์บริการเพื่อนำมาปรับปรุงรถยนต์และยกระดับคุณภาพ สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค


รถเราเข้าศูนย์บางอย่างต้องเปลี่ยนแล้วทั้งที่มันยังใช้ได้ เช่น น้ำมันเบรก มันเป็นผลระยะยาวของอุปกรณ์ชิ้นส่วน บางชิ้นเราไม่รู้ว่าเขาออกแบบมาให้ใช้ระยะเวลา หรือระยะทางเท่าไหร่ ถ้าเราเปลี่ยนตามรอบ แต่ไม่ใช้อะไหล่ของมันเลย ความเสี่ยงก็สูง

 

 

ขณะที่ นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า วินรถตู้โดยสาร โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลจะใช้งานหนัก เพราะเป็นการวิ่งระยะสั้นหลายรอบต่อวัน ส่วนรถที่มีอายุการใช้งานนาน จะมีความเสี่ยงของระบบสายไฟ ระบบแก๊ส ช่วงล่าง เบรก อีกทั้งผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นรายย่อย อาจไม่ได้เข้าไปดูแลระบบต่างๆ หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ตามมาตรฐาน เพราะต้องวิ่งรถตลอดทั้งวัน ให้เพียงพอจ่ายค่างวด เดือนละ 15,000-18,000 บาทต่อคัน


รถใช้งานหนัก ไม่ง่ายที่เจ้าของจะยอมจ่ายเพื่อซ่อม หรือเปลี่ยนอะไหล่บ่อยๆ


ด้านผู้ประกอบการรถตู้รายหนึ่ง บอกว่า รถของตัวเองต้องหายออกจากระบบในวันนี้ (1 ต.ค.) หลังวิ่งมาแล้ว 10 ปี โดยมีระยะ 600,000 กิโลเมตร ที่ผ่านมาได้มีการดูแลรักษาตามระยะทาง เบรก น้ำมันเครื่อง ซึ่งไม่รถยังไม่เคยชำรุด หรือมีปัญหาใดๆ มองว่า กรมการขนส่งทางบกควรเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ประกอบการ หากลงทุนซื้อรถใหม่อาจจะไม่คุ้ม 

ซื้อรถล้านแปด ขายได้สองแสนน่าเสียดาย ถ้าเป็น 10 ปีที่แล้วไหว แต่ถ้าตอนนี้มีรถไฟฟ้าใช้ เป็นใครก็ไม่ลงทุน
กลับขึ้นด้านบน