พญาเสือไม่ยอมจบ แจ้งความเอาผิดทายาทปู่คออี้ พร้อมพวก

พญาเสือไม่ยอมจบ แจ้งความเอาผิดทายาทปู่คออี้ พร้อมพวก

พญาเสือไม่ยอมจบ แจ้งความเอาผิดทายาทปู่คออี้ พร้อมพวก

รูปข่าว : พญาเสือไม่ยอมจบ แจ้งความเอาผิดทายาทปู่คออี้ พร้อมพวก

ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา เรียกร้องกรมอุทยาน ขอโทษชาวบ้านและถอนแจ้งความกรณีฟ้องกะเหรี่ยงแก่งกระจานอีกครั้ง ชี้อาจละเมิดคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ที่ให้ยุติการจับกุม และคุ้มครองชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม

วันนี้ (25 ต.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจพญาเสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ให้ติดตามนำตัวผู้ฟ้องคดี 6 คน คือ นายโคอิ มีมิ หรือปู่คออี้ วัย 107 ปี ผู้อาวุโสของกลุ่มกะเหรี่ยงผืนป่าแก่งกระจาน ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว โดยเรียกทายาทมารับทราบข้อกล่าว พร้อมชาวบ้าน 5 คน กรณีเข้าไปบุกรุก ยึดถือ ครอบครองพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507

พญาเสือจ่อฟ้องแพ่งกะเหรี่ยงแก่งกระจาน 

เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจพญาเสือ ระบุว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่อุทยาน ตรวจยึดพื้นที่และพบมีการบุกรุกยึดถือครอบครองในพื้นที่เขตอุทยานฯ แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิด กระทั่งผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 คน ออกมาฟ้องศาล และศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กรมอุทยานชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องร้อง ซึ่งกรมอุทยานได้ชดใช้เงินดังกล่าวให้แก่ผู้ฟ้องคดีเรียบร้อยแล้ว

เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจพญาเสือ กล่าวเพิ่มเติมว่า  การเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความคดีอาญา ฐานบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อให้พนักงานสอบสวนได้ติดตามตัวบุคคลทั้ง 6 คน มาสอบสวน พร้อมนำไปชี้จุดที่อ้างว่าถูกละเมิด ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานว่าอยู่บริเวณใดบ้าง จากนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จะดำเนินการประเมินค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อมเพื่อฟ้องแพ่งต่อไป

ย้ำเจ้าหน้าที่ทำผิดกฎหมาย ไม่มีสิทธิ์ฟ้องชาวบ้าน

นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ที่มาแจ้งความชาวบ้าน ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีความผิดตามมาตรา 157 เนื่องจากศาลปกครองสูงสุด ไม่ได้ระบุว่าชาวบ้านบุกรุกป่า แต่ระบุว่าชาวบ้านเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม และให้เจ้าหน้าที่ยุติการจับกุม จ่ายเงินชดเชย พร้อมดำเนินการคุ้มครอง โดยให้ปฏิบัติตามมติ ครม.วันที่ 3 ส.ค.2553 ในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง

ทั้งนี้ หากมีการโต้เถียงให้ตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด ประกอบด้วยนักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบว่ากรมอุทยาน หรือชาวบ้าน อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาก่อน หากพบชาวบ้านอยู่มาก่อนต้องคืนพื้นที่ให้ชาวบ้าน โดยเพิกถอนพื้นที่ป่า ส่วนกรณีที่พบว่าชาวบ้านอยู่ภายหลังการประกาศพื้นที่อุทยาน หรือการบุกรุกป่า เจ้าหน้าที่ก็สามารถดำเนินคดีกับชาวบ้านได้ นอกจากนี้ ยังถือว่าเจ้าหน้าที่กระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 172 และ 173 เป็นการกล่าวโทษให้คนรับผิดทางอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่มีความผิดถึงขั้นถูกจำคุก

 

เจ้าหน้าที่อ้างว่าชาวบ้านบุกรุกป่า ทั้งที่ศาลให้ยุติการจับกุมแล้ว คุณขัดคำสั่งศาล เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ ทำให้ถูกกฎหมาย มิฉะนั้นเขาจะเดือดร้อนเอง ไม่ใช่ชาวบ้านเดือดร้อน เพราะคำสั่งศาลชัดเจนแล้วว่าชาวบ้านมีสิทธิ์อยู่ และไม่ได้ใช้คำพูดว่าชาวบ้านบุกรุก

 

เรียกร้องขอโทษ-ถอนแจ้งความ

นายสุรพงษ์ เรียกร้องให้กรมอุทยานซึ่งเป็นผู้แพ้คดี เร่งปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ถอนแจ้งความ และขอโทษชาวบ้าน พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบตามมติ ครม. ปี 2553

 

ปู่คออี้พูดไว้ก่อนตายชัดเจนว่า ให้ลูกหลานให้อภัยเจ้าหน้าที่ ชาวบ้านทุกคนให้อภัยเจ้าหน้าที่หมดแล้ว เจ้าหน้าที่เองก็อย่ามาจองเวร หรือก่อเวรกับคนที่ตายไปแล้วอีก อันนี้เจตนาชัดเจน ปู่ตายแล้วยังจะมาแจ้งความกับลูกหลาน

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อพิสูจน์ว่าผู้ใดอยู่ในพื้นที่มาก่อน ซึ่งผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา กล่าวเพิ่มเติมว่า หากเจ้าหน้าที่ยังเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดี ทั้งที่เป็นเรื่องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ชาวบ้านจะต้องลุกขึ้นมาปกป้องอย่างแน่นอน

 

 

กลับขึ้นด้านบน