"ศรีวราห์" สั่งตรวจสอบเนื้อเพลง "ประเทศกูมี"

"ศรีวราห์" สั่งตรวจสอบเนื้อเพลง "ประเทศกูมี"

"ศรีวราห์" สั่งตรวจสอบเนื้อเพลง "ประเทศกูมี"

รูปข่าว : "ศรีวราห์" สั่งตรวจสอบเนื้อเพลง "ประเทศกูมี"

"ศรีวราห์" สั่งตำรวจ ปอท. ตรวจสอบเพลงแรป "ประเทศกูมี" มีเนื้อหาขัด คสช.หรือไม่ เตือนอย่าทำอะไรสุ่มเสี่ยง ไม่เป็นผลดีกับตัวเองและครอบครัว ขณะที่รัฐบาล ระบุ เสียใจคนรุ่นใหม่แสดงออกทำประเทศไทยเสียหาย

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ หลังวงแรปเปอร์ Rap Against Dictatorship-RAD ปล่อยมิวสิกวิดีโอ เพลง "ประเทศกูมี" ที่มีเนื้อหาเสียดสีสังคมไทย มาเกือบ 1 สัปดาห์ และจนถึงขณะนี้มียอดวิวมากกว่า 9 แสนวิว แล้ว

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ระบุว่า ได้ได้ดูมิวสิกวิดีโอดังกล่าวแล้ว ยัง 50/50 ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ตรวจสอบอีกครั้งว่า เนื้อหาเข้าข่ายขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือไม่

คนที่อยู่ในคลิปก็จะต้องเชิญตัวมาให้ปากคำว่า มีเจตนาที่จะทำให้เกิดความวุ่นวาย หรือขัดคำสั่ง คสช. ด้วยหรือไม่

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้กล่าวเตือนคนที่ทำเพลงว่า อย่าทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมายบ้านเมือง เพราะไม่เป็นผลดีกับตัวเองและครอบครัว

 

รัฐบาลเสียใจ แรป "ประเทศกูมี" ทำร้ายประเทศไทย

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลรู้สึกเสียใจในเรื่องนี้ เพราะคิดว่าเยาวชนน่าจะใช้ความรู้ความสามารถด้านดนตรีในทางที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ต่อแผ่นดินเกิดของตัวเองมากกว่านี้ รวมถึงเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนคนอื่น ไม่อยากให้คนคิดว่าทำแบบนี้แล้วเท่ เป็นเรื่องดีหรือเป็นเรื่องสนุก ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าเยาวชนที่ทำคลิปดังกล่าวทำเพราะความตั้งใจของตัวเองหรือมีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่และขอฝากเตือนไปว่า คนที่เสียหายที่สุดไม่ใช่รัฐบาล แต่คือประเทศไทย

คลิปเผยแพร่ไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ และในคลิปมีซับไตเติ้ลเป็นภาษาอังกฤษ ผมเห็นเนื้อหาเหมือนต่อว่ารัฐบาล แต่สุดท้ายคนที่เสียหายมากที่สุดคือประเทศไทย อาจจะได้รับความสนุกสนาน สะใจในการใช้ข้อมูลตอบโต้หรือกล่าวว่ารัฐบาล แต่อยากให้ดูว่าสุดท้ายไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนที่เสียหายมากที่สุดคือประเทศไทย

 

นายพุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีหลายฝ่ายสอบถามรัฐบาลว่าจะทำอย่างไร เชื่อว่ามีหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่ติดตามเรื่องนี้อยู่แล้ว 

การเผยแพร่คลิปในโซเชียลมีเดียสามารถไปได้หลายทาง แม้เราจะปิดต้นตอแต่ภาพที่ออกไป แต่ละคนก็สามารถแชร์ต่อได้ การควบคุมจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จากการตรวจสอบเชิงเทคนิค ทำให้รู้ได้ว่าคลิปมีที่มาจากแหล่งใด อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใครจะเป็นคนทำคลิป หรือคลิปมาจากที่ใดประเทศไทยคือผู้ที่เสียหาย

ขณะที่ ในโซเซียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง โดยมีทั้งฝ่ายสนับสนุนและตำหนิ  

กลับขึ้นด้านบน