พิรุธ ! แมวถูกหมากัดตาย 33 ตัวอาจถูกวางยาซึม

พิรุธ ! แมวถูกหมากัดตาย 33 ตัวอาจถูกวางยาซึม

พิรุธ ! แมวถูกหมากัดตาย 33 ตัวอาจถูกวางยาซึม

รูปข่าว : พิรุธ ! แมวถูกหมากัดตาย 33 ตัวอาจถูกวางยาซึม

ขุดซากแมวถูกหมารุมกัดตาย 33 ตัวในวัดทุ่งงาย ส่งผ่าพิสูจน์ หลังตัวแทนวอทช์ ด็อก ไทยแลนด์ ตั้งข้อสังเกตอาจถูกวางยาซึมก่อนนำมาปล่อยทิ้งจนถูกหมากัดตาย เหตุนิสัยแมวจะตื่นกลัว และว่องไวเมื่อเห็นหมาต้องวิ่งหนี ขณะที่ตำรวจเร่งแกะรอยรถก่อเหตุ ติดตามตัวดำเนินคดี

วันนี้ (11 ธ.ค.2561) ความคืบหน้ากรณีเจ้าของสัตว์เลี้ยงลักลอบนำแมวปล่อยทิ้งในวัดทุ่งงาย อ. หาดใหญ่ จ.สงขลา และถูกสุนัขรุมกัดตาย 33 ตัว โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มอาสาบ้านหมายิ้ม ซึ่งเป็นตัวแทนองค์ กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ หรือวอช ด็อก ไทยแลนด์ และตำรวจภูธรคอหงส์ ช่วยกันขุดซากแมวที่ฝังอยู่ในป่าช้าวัดทุ่งงาย เพื่อส่งซากให้สัตวแพทย์ผ่าพิสูจน์ หาสาเหตุทำให้แมว 33 ตัวถูกสุนัขในวัดกัดตาย 

น.ส.ศิรพันธ์ งามพร้อมวงษ์ ตัวแทนองค์กรวอทช์ ด็อก ไทยแลนด์  ตั้งข้อสังเกตว่า การตายของแมวพร้อมกันกว่า 30 ตัว เป็นการตายที่ผิดปกติ เนื่องจากนิสัยของแมวมีนิสัยตื่นกลัว และมีความว่องไว เมื่อเห็นสุนัขก็ต้องวิ่งหนี

เหตุครั้งนี้พบว่าแมวโตเต็มวัย กลับถูกสุนัขกัดตายพร้อมกันถึง 33 ตัว ต้องผ่าพิสูจน์ว่าก่อนถูกนำไปทิ้งมีการวางยาซึมแมวหรือไม่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบคดี 

 


ด้านนายกิตติกรณ์ เจนไพบูลย์ ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา บอกว่า ปศุสัตว์ได้แจ้งความดำเนินคดีผู้ลักลอบนำแมวปล่อยทิ้ง และเป็นเหตุให้สุนัขกัดตายกว่า 30 ตัว ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์มาตราที่ 23 ห้ามมิให้เจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำการใด ๆ ให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุอันสมควร และให้ตำรวจเร่งติดตามตัวดำเนินคดีเร็วที่สุด

 

 

ส่วนปัญหาการลักลอบนำสัตว์เลี้ยงปล่อยทิ้งวัดเจ้าอาวาสวัดทุ่งงาย บอกว่า มีขึ้นบ่อยครั้ง แม้ที่ผ่านมาทางวัดจะขึ้นป้ายห้ามนำสัตว์เลี้ยงมาทิ้ง แต่ก็ไม่เป็นผล ทำให้วัดต้องแบกรับภาระและหาเงินจัดซื้ออาหารเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงที่นำมาปล่อยภายในวัด

ส่วนการติดตามรถกระบะต้องสงสัยนำแมวมาปล่อย และสุนัขกัดตาย 33 ตัว ขณะนี้ตำรวจกำลังเช็กภาพกล้องวงจรปิด ตามถนนสายต่างๆ ซึ่งคาดว่าอาจจะบันทึกป้ายทะเบียนรถได้ เพื่อติดตามตัวเจ้าของรถดำเนินคดี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สลด ! แอบปล่อยแมวทิ้งในวัดถูกหมากัดตาย 33 ตัว

 

 

กลับขึ้นด้านบน