ทส.กำชับสอบประวัติคนเข้าทำงานกรมป่าไม้

ทส.กำชับสอบประวัติคนเข้าทำงานกรมป่าไม้

ทส.กำชับสอบประวัติคนเข้าทำงานกรมป่าไม้

รูปข่าว : ทส.กำชับสอบประวัติคนเข้าทำงานกรมป่าไม้

พล.อ.สุรศักดิ์ กำชับตรวจสอบประวัติคนจะเข้าทำงานกรมป่าไม้ หลังพบมีพนักงานและลูกจ้าง กรมป่าไม้ เอี่ยวขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ ขณะที่ยังเร่งแก้กฎหมาย 5 ฉบับครอบคลุมป่าไม้ ที่ดิน สัตว์ป่า ป่าชุมชน ให้คนอยู่ในป่าอนุรักษ์ พร้อมตั้งคปช.ร่างแผนแม่บทป่าไม้

วันนี้ ( 9 ม.ค.2562) กรณีพนักงานและลูกจ้างของกรมป่าไม้ ถูกไล่ออกจำนวน 6 คน เนื่องจากเกี่ยว ข้องกับขบวนการค้าไม้พะยูงขายนายทุนจีน ทั้งนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ยอมรับว่า วันนี้ยังคงตรวจพบเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ลูกจ้าง พนักงานของกรมป่าไม้ เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าไม้ ส่วนจะเกี่ยวข้องมาก่อนจะมาทำงานที่กรมป่าไม้ หรือมาแล้วพบช่องทางทำผิดหรือไม่

เบื้องต้นสั่งการนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ว่าจะต้องเข้มงวดและเน้นย้ำไปทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ทั่วประเทศ ให้ตรวจประวัติคนที่จะเข้ามาอยู่ทำงานกับกรมป่าไม้มากขึ้น

ทั้งนี้การที่มีคนของกรมเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยในอดีตก็คงมีอยู่แต่จับตัวได้ยาก เพราะการเคลื่อนย้ายไม้ต้องมีกระบวนการการซุกซ่อน ทำให้ตามจับยาก ส่วนตอนนี้มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เรามั่นใจในการจับกุมขบวนการง่ายขึ้น มีการย้อนรอยเครือข่าย เช่น เครือข่ายนางมู่หลาน ที่ขยายไปมากขึ้นจนทำให้พบว่ามีคนหลายกลุ่มที่เข้าร่วมในกระบวนการนี้ และบางส่วนพบว่าเป็นคนกรมป่าไม้ ก็สั่งให้ไล่ออกและดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด

 

 

ตั้งคปช.ร่างแผนแม่บทป่าไม้ครั้งแรก


นอกจากนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาล ยังแก้ปัญหาด้านทรัพยากรป่าไม้อย่างเป็นระบบ โดยตั้งคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ (คปช.) จำนวน 29 คน  โดยมีหน้าที่ในการจัดทำร่างนโยบายป่าไม้แห่งชาติ และแผนแม่บทการป่าไม้แห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำร่างแผนแม่บทฯ ทั้ง 14 คน และให้แล้วเสร็จ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี  และร่างแผนแม่บทพัฒนาการป่าไม้แห่งชาติจะมีการทบทวนทุกๆ 3 ปี

โดยในกระบวนการนี้ จะมีการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ สัตว์ป่าและอุทยาน และพ.ร.บ.ป่าชุมชน รวมทั้งหมด 5 ฉบับ เพื่อกำหนดบทบาทและทิศทางงานป่าไม้ โดยหวังว่าจะหยุดการบุกรุกป่าไม้ทำลายป่า ขณะนี้กฎหมายแต่ละฉบับมีความคืบหน้าไปมากแล้ว

ยอมรับว่า 3-4 ปีที่ผ่านมา ป่าไม้เคยลดลงปีละ 1 ล้านไร่ และหยุดเลือดไหลด้วยการเข้าไปลาดตระเวน และบังคับใช้กฎหมายจนเหลือ 30,000 ไร่ใน 2 ปีแรก และตอนนี้ก้าวมาสู่การจัดให้คนอยู่ในป่าได้ แต่จะต้องแก้ไขกฎหมายโดยใช้คำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 รองรับการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ยากไร้ 

 

แก้กฎหมาย 5 ฉบับเดินหน้าคนอยู่ในป่าอนุรักษ์


สำหรับกฎหมายทั้ง 5 ฉบับประกอบด้วย 1.นโยบายที่ดินแห่งชาติ ขณะนี้อยู่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คาดว่าไม่นานนี้จะมีผลบังคับใช้ สาระสำคัญคือให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ อำนาจหน้าที่กำหนดกรอบกฎหมายแก้ปัญหาที่ดินรัฐทุกประเภท ที่ป่า ที่ราชพัสดุ ที่นิคม และถ้าเกิดความขัดแย้ง ระหว่างที่ดินรัฐกับรัฐ รัฐกับประชาชน กำหนดมาตรการเยียวยาประชาชน คณะทำงานชุดนี้จะมีกฎหมายรองรับ

2.ปรับแก้กฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 รวมทั้ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2535 ซึ่งเดิมกฎหมายไม่อนุญาตให้คนอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ได้เลย แต่ของใหม่ที่เราจะแก้ปัญหาคือ ชุมชนที่อยู่มาก่อน 2,700 ชุมชนพื้นที่ประมาณ 5.9 ล้านไร่ เราจะยินยอมให้อยู่ แต่ไม่มีการอนุญาตให้ใหม่ รวมทั้งการเพิ่มบทลงโทษเกี่ยวกับสัตว์ป่า ในพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

 

 

4. พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เรื่องการยกเลิกไม้หวงห้าม โดยที่ดินกรรมสิทธิ์ของประชาชน ที่ปลูกไม้หวงห้าม ถือเป็นสิทธิของประชาชน ตัดขายได้โดยไม่ต้องอนุญาตเจ้าหน้าที่ จากเดิมที่ไม่อนุญาต และยังจะขยายไปในที่ดินอนุญาตในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งตอนนี้อยู่ในสนช.คาดว่าเดือนก.พ.นี้ น่าจะมีผลบังคับใช้

5.พ.ร.บ.ป่าชุมชน ซึ่งใช้เวลามา 30 ปีอยู่ใน ขั้นการพิจารณาของ สนช. ทั้งนี้คาดหวังว่าถ้าปรับแก้กฎหมายทั้ง 5 ฉบับแล้ว สิ่งที่ปฏิรูปคือพื้นที่ขัดแย้งในอดีต จะเป็นพื้นที่ได้รับอนุญาต และไม้หวงห้ามจะเกิดอุตสาหกรรมป่าไม้ในอนาคต และต้องหารือกับกระทรวงพานิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถส่งออกไม้ เช่นกรณีไม้สักด้วย

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดเบื้องหลัง !แกะรอย จนท.ป่าไม้เอี่ยวขบวนการค้าไม้พะยูง

ไล่ออก! 6 จนท.ป่าไม้เอี่ยวฟอกไม้พะยูงขายนายทุนจีน

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน