"มลพิษ" ปี 61 คุณภาพอากาศ 7 จังหวัด แย่สุด

"มลพิษ" ปี 61 คุณภาพอากาศ 7 จังหวัด แย่สุด

"มลพิษ" ปี 61 คุณภาพอากาศ 7 จังหวัด แย่สุด

รูปข่าว : "มลพิษ" ปี 61 คุณภาพอากาศ 7 จังหวัด แย่สุด

กรมควบคุมมลพิษ สรุปสถานการณ์ "มลพิษ" ปี 2561 คุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐาน 7 จังหวัด โรงงานอุตสาหกรรม การจราจร และรถบรรทุกขนส่ง ถนนชำรุด สาเหตุฝุ่น ชายหาดเกาะม้า-ทะเลแหวก จุดคุณภาพน้ำทะเลดีที่สุด

วันนี้ (18 ม.ค.2562) นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แถลงสรุปสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ประจำปี 2561 ว่า คุณภาพอากาศในพื้นที่ทั่วไปภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา จังหวัดที่มีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศอัตโนมัติทั่วประเทศ 33 จังหวัด จำนวน 63 สถานี พบจำนวนวันในรอบปีที่คุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานมากกว่าร้อยละ 20 จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน ตาก สระบุรี สงขลา และที่ไม่เกินค่ามาตรฐาน 9 จังหวัด ได้แก่ เลย นนทบุรี ปทุมธานี สระแก้ว สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สตูล ยะลา นราธิวาส พารามิเตอร์ที่ยังเป็นปัญหา คือ ฝุ่นละออง PM 2.5 ก๊าซโอโซน และฝุ่นละออง PM 10

 

 

คุณภาพอากาศในพื้นที่วิกฤต กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เกิดขึ้นช่วงปลายปี (เดือน ธ.ค.) ต่อมาถึงช่วงต้นปี ระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค. ของทุกปี เกิดการสะสมของฝุ่นละอองในบรรยากาศ แหล่งกำเนิดมลพิษหลักมาจากยานพาหนะการจราจรที่หนาแน่น การเผาในที่โล่ง ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาที่ลักษณะอากาศจมตัว ลมสงบ

ขณะที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ จำนวนวันที่ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานลดลงจากปี 2559 และปี 2560 จาก 61 วัน และ 38 วัน เป็น 34 วัน ลดลงร้อยละ 44 และ ร้อยละ 11 จุดความร้อนสะสมมีค่าลดลงจากปี 2559 และปี 2560 จาก 10,133 จุด และ 5,418 จุด เป็น 4,722 จุด ลดลงร้อยละ 53 และ 13 สถานการณ์ดีขึ้นมาก

ต.หน้าพระลาน จ.สระบุรี มีจำนวนวันที่ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน 165 วัน จากการตรวจวัด 362 วัน ร้อยละ 46 เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 27 ค่าที่วัดได้อยู่ระหว่าง 27-303 มคก./ลบ.ม. สาเหตุเกิดจากการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองจากโรงงานอุตสาหกรรม เหมืองหินใน พื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง การจราจร การบรรทุกขนส่ง ถนนชำรุด

ชายหาดเกาะม้า-ทะเลแหวก น้ำทะเลดีที่สุด

คุณภาพน้ำทะเล อยู่ในเกณฑ์ดีมาก ร้อยละ 1 เกณฑ์ดี ร้อยละ 58 เกณฑ์พอใช้ ร้อยละ 35 เกณฑ์เสื่อมโทรมร้อยละ 5 และเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก ร้อยละ 1

ชายหาดเกาะม้า จ.สุราษฎร์ธานี และทะเลแหวก จ.กระบี่ มีคุณภาพน้ำทะเลดีที่สุด บริเวณอ่าวไทยตอนใน ปากแม่น้ำสายหลัก ยังคงเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักที่คุณภาพน้ำและน้ำทะเลเสื่อมโทรม เนื่องจากระบบการจัดการน้ำเสียชุมชนยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ไม่สามารถรวบรวมน้ำเสียทั้งหมดมาบำบัด มีการระบายน้ำเสียจากแหล่งกำเนิดมลพิษที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานและปริมาณของเสียเกินศักยภาพการรองรับของแหล่งน้ำ

 

 

สำหรับการจัดการคุณภาพน้ำในอนาคต ลดและควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด พิจารณาขีดความสามารถในการรองรับมลพิษของแหล่งน้ำ (Carrying Capacity) ประยุกต์ใช้ระบบอนุญาตการระบายมลพิษ (Permit System) และหลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle: PPP) สนับสนุนและสร้างศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการ น้ำเสีย ปลูกจิตสำนึกทุกภาคส่วนไม่ให้ท้งขยะและน้ำเสียลงแหล่งน้ำ

 

"ขยะมูลฝอย" เพิ่มขึ้นจากปี 60 

 

 

นายประลอง กล่าวว่า ในปี 2561 มีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณ 27.82 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 1.64 จากการขยายตัวของชุมชนเมือง ประชากรและประชากรแฝงแรงงานเพิ่มมากขึ้น การส่งเสริมการท่องเที่ยวและการบริโภคที่เพิ่มมากขึ้น มีขยะถูกคัดแยกและนำกลับไปใช้ประโยชน์ 9.58 ล้านตัน หรือ ร้อยละ 34 ถูกนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง 10.88 ล้านตัน หรือ ร้อยละ 39 กำจัดไม่ถูกต้อง 7.36 ล้านตัน หรือ ร้อยละ 27

ขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น เป็นขยะพลาสติกประมาณ 2 ล้านตัน มีการนำกลับมาใช้ประโยชน์แค่ 0.5 ล้านตัน 

ของเสียอันตรายจากชุมชน เกิดขึ้น 638,000 ตัน ร้อยละ 65 เป็นซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 414,600 ตัน และร้อยละ 35 เป็นอื่นๆ เช่น แบตเตอรี่ ถ่านไฟฉาย ภาชนะบรรจุสารเคมีกระป๋องสเปรย์ 223,400 ตัน ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเพิ่มขึ้นเป็น 83,600 ตัน หรือ ร้อยละ 13 แต่ยังไม่เพียงพอยังไม่มีกฎระเบียบที่จะคัดแยกของเสียอันตรายออกจากขยะทั่วไป และกฎหมายกำกับดูแล

โดยให้ภาคเอกชนรับผิดชอบในการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กากของเสียอุตสาหกรรม เข้าสู่ระบบการจัดการ 22.02 ล้านตัน เป็นกากอุตสาหกรรมที่ไม่เป็นอันตราย 20.82 ล้านตัน และกากอุตสาหกรรมอันตราย 1.2 ล้านตัน

ปี 2561 มีการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเพื่อนำมาคัดแยกซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจนนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในระดับชาติโดยให้ยกเลิกการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ 422 รายการ อนุญาตการนำเข้าเศษพลาสติกจากต่างประเทศได้ไม่เกิน 2 ปี (ปี 2562-2563) ยกเลิกการนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใช้แล้ว

มีการยกเว้นรายการที่กระทรวงอุตสาหกรรมเห็นชอบให้นำเข้าตามความจำเป็นมูลฝอยติดเชื้อ เกิดขึ้น 55,497 ตัน ร้อยละ 50 มาจากโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และร้อยละ 24 มาจากโรงพยาบาลและคลินิกเอกชน ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง 49,898 ตัน (ร้อยละ 90) การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายชุมชนในอนาคต

เดินหน้ารณรงค์ ลด-งด ใช้ถุงพลาสติก

 

 

สำหรับการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายชุมชนในอนาคต จะมีจัดทำ Roadmap การจัดการ ขยะพลาสติก พ.ศ. 2562-2570 โดยให้ลด เลิกใช้พลาสติก 7 ชนิด ภายในปี 2565 ได้แก่ พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่มผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มี ส่วนผสมสารประเภทอ๊อกโซ่ ไมโครบีดจากพลาสติก ถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดความหนา 36 ไมครอน กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วนำพลาสติก (แบบใช้ครั้งเดียว) ขนาดความหนา <300 ไมครอนหลอดพลาสติก

และปรับปรุงแก้ไขสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ประสบปัญหาการ จัดการอย่างไม่ถูกต้อง เข้มงวดในการติดตามตรวจสอบ และบังคับ ใช้กฎหมายในการ จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คาด 19-20 ม.ค.นี้ เมืองกรุงเจอฝุ่น PM 2.5 เพิ่ม

 

กลับขึ้นด้านบน