บทพิสูจน์รัฐบาลใหม่ต่อนโยบายปรับขึ้น "ค่าแรงขั้นต่ำ"

บทพิสูจน์รัฐบาลใหม่ต่อนโยบายปรับขึ้น "ค่าแรงขั้นต่ำ"

บทพิสูจน์รัฐบาลใหม่ต่อนโยบายปรับขึ้น "ค่าแรงขั้นต่ำ"

รูปข่าว : บทพิสูจน์รัฐบาลใหม่ต่อนโยบายปรับขึ้น "ค่าแรงขั้นต่ำ"

พรรคพลังประชารัฐได้หาเสียง โดยตั้งเป้าจะทำให้ค่าแรงขั้นต่ำสูงขึ้นเป็นวันละ 400-425 บาท ทั้งลูกจ้างรายวันและนักวิชาการต่างหวังให้รัฐบาลรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน พร้อมเสนอให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วย

วันนี้ (11 มิ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐได้หาเสียง โดยตั้งเป้าจะทำให้ค่าแรงขั้นต่ำสูงขึ้นเป็นวันละ 400-425 บาท ในส่วนของแรงงานก็คงต้องการให้ทำได้จริง แต่ผู้ประกอบการคงจะหวั่นใจ เมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจ

วีระพล  บุตรโสภา คนงานก่อสร้างย่านหลักสี่ กรุงเทพฯ เป็นลูกจ้างรายวัน ที่ได้รับค่าตอบแทนวันละ 400 บาท ซึ่งมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำ บางวันมีเหลือเก็บบ้าง หลังหักค่าอาหารและซื้อของใช้ส่วนตัว


วีระพล ระบุว่า ไม่ได้ติดตามนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ ที่พรรคการเมองต่างๆ หาเสียงไว้ แต่ก็เห็นว่าหากค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นเป็น 425 บาท ตามที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงไว้ก็เป็นเรื่องดี ผู้ใช้แรงงานจะได้พอกินพอใช้

ขณะที่ ศ.แล ดิลกวิทยรัตน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า นโยบายค่าแรงขั้นต่ำที่พรรคการเมืองหาเสียง เป็นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ดังนั้นเมื่อได้เป็นรัฐบาลก็ต้องขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริง แต่การทำให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่เพียงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้น แต่ต้องจัดสวัสดิการรัฐให้คนเหล่านี้เข้าถึงได้


หากปรับขึ้นค่าแรงเป็นวันละ 425 บาท รัฐบาลควรมีมาตรการทางการเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สามารถอยู่ได้ ขณะเดียวกัน ต้องร่วมมือกับผู้ประกอบการพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้ก้าวพ้นแรงงานไร้ฝีมือ

ทั้งนี้ ขณะนี้ค่าแรงขั้นต่ำ แบ่งออกเป็น 7 ระดับ ตั้งแต่ 308 บาทถึง 330 บาท โดยอัตราต่ำสุดอยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ส่วนสูงสุด 330 บาท ได้แก่ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง ขณะที่กรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่ 325 บาท ซึ่งพรรคพลังประชารัฐได้หาเสียงไว้ ว่าจะผลักดันค่าแรงขั้นต่ำให้ได้ วันละ 400-425 บาท

 

 

กลับขึ้นด้านบน