"วิษณุ" ยืนยัน ส.ส.ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จมีความผิดเฉพาะตัว

"วิษณุ" ยืนยัน ส.ส.ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จมีความผิดเฉพาะตัว

"วิษณุ" ยืนยัน ส.ส.ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จมีความผิดเฉพาะตัว

รูปข่าว : "วิษณุ" ยืนยัน ส.ส.ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จมีความผิดเฉพาะตัว

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยัน ส.ส.ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จมีความผิดเฉพาะตัว หลังศาลฎีกาฯ เรียกไต่สวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขณะเดียวกัน เตรียมตั้งกรรมการปฏิรูปเพิ่มติดตามงานปฏิรูปร่วม ส.ว.

วันนี้ (2 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่อยู่ระหว่างที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาไต่สวนกรณี ป.ป.ช:ชี้มูลความผิดแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็น ส.ส. สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามหลักการกรณีนี้เป็นเรื่องเฉพาะตัว หากศาลมีคำวินิจฉัยว่ามีความผิดบุคคลที่ถูกร้องก็จะสิ้นสภาพการเป็น ส.ส.ไป ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากรณีนี้จะส่งผลต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากเป็นสามีของนางนาทีนั้น นายวิษณุเห็นว่าการไม่ยื่นหรือยื่นไม่ครบเป็นความผิดทางอาญา กรรมใดใครก่อคนนั้นก็ต้องรับผิดไป แต่จะมีความเหมาะสมหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องดูกฎหมายเป็นหลัก

 

จ่อตั้งกรรมการปฏิรูปเพิ่มติดตามงานปฏิรูปร่วม ส.ว.


สำหรับกรณีที่มีคณะกรรมการปฏิรูปลาออกจนไม่สามารถทำหน้าที่ได้นั้น นายวิษณุ ระบุว่า จำเป็นจะต้องแต่งตั้งเพิ่ม เพราะการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตั้งแต่แรกทั้ง 11 คณะ แต่ละคณะก็ไม่ได้ตั้งครบ 15 คน ดังนั้น การ
แต่งตั้งเพิ่มเติมครั้งนี้จะแต่งตั้งไม่ครบทุกคณะ เพราะบทบาทหน้าที่ลดลง เนื่องจากพ้นช่วงการร่างแผนปฏิรูปแล้ว หลังจากนี้ก็จะมีหน้าที่แค่ติดตามการปฏิรูปร่วมไปกับ ส.ส. และ ส.ว. โดยเฉพาะ ส.ว.ที่มีหน้าที่โดยตรง

ส่วนที่มีการกังวลว่า ส.ว.จะเข้ามามีบทบาทในการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปนั้น นายวิษณุ ยืนยันว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในการพิจารณากฎหมายปฏิรูปก็ยังต้องพิจารณาร่วมกันกับ ส.ส.อยู่ดี เช่น
เดียวกับการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การออกกฎหมายปฏิรูปเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งกฎหมายฉบับใดจะเป็นกฎหมายปฏิรูปนั้นคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้ระบุมา แต่หากไม่ได้ระบุมาและทางสภาเห็นเองก็สามารถยกขึ้นมาเป็นประเด็นเกี่ยวกับการปฏิรูปได้

หลังจากนั้นก็ส่งเข้าต่อคณะกรรมการร่วมพิจารณา แต่ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายทุกฉบับจะต้องเป็นกฎหมายปฏิรูป อย่างกฎหมายงบประมาณก็ไม่สามารถเป็นกฎหมายปฏิรูป แต่กฎหมายปฏิรูปต้องสอดคล้องกับแผนที่ได้ระบุไว้ ดังนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเป็นการปฏิรูปเรื่องอะไร และไม่ต้องกังวลว่า ส.ว.จะมีอำนาจมากกว่า ส.ส.

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.แจงชี้มูลความผิด "นาที" ไม่แสดงที่ดิน-หนี้สินคู่สมรส 95 ล้านบาท

 

กลับขึ้นด้านบน