สั่งปลดสารวัตร สภ.บ้านเอื้อม "เสพไอซ์" ส่งตัวฝากขังค้านประกันตัว

สั่งปลดสารวัตร สภ.บ้านเอื้อม "เสพไอซ์" ส่งตัวฝากขังค้านประกันตัว

สั่งปลดสารวัตร สภ.บ้านเอื้อม "เสพไอซ์" ส่งตัวฝากขังค้านประกันตัว

รูปข่าว : สั่งปลดสารวัตร สภ.บ้านเอื้อม "เสพไอซ์" ส่งตัวฝากขังค้านประกันตัว

ผบก.ภ.จว.ลำปาง เซ็นคำสั่งให้ พ.ต.ต.อาชันธ์ นันตะกูล สวป.สภ.บ้านเอื้อม จ.ลำปาง ออกจากราชการ หลังเสพยาคลุ้มคลั่ง ภายในหอพักที่ กทม.ตรวจค้นตัวพบซุกยาไอซ์ 1.55 กรัม โดยตำรวจ สน.วัดพระยาไกร ขออำนาจศาลฝากขัง และคัดค้านการประกันตัว

วันนี้ (13 ก.ค.2562) กรณีตำรวจ สน.วัดพระยาไกร ควบคุมตัว พ.ต.ต.อาชันธ์ นันตะกูล อายุ 42 ปี สวป.สภ.บ้านเอื้อม จ.ลำปาง คลุ้มคลั่งอาละวาดภายในหอพัก พูดคุยไม่รู้เรื่อง และตรวจค้นในตัวซุกยาไอซ์ 1.55 กรัม โดยวันนี้ ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร ควบคุมตัว พ.ต.ต.อาชันธ์ ขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อฝากขัง ในข้อหายาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยผิดกฎหมาย โดยท้ายคำร้องฝากขังได้ขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี

นอกจากนี้มีรายงานว่า พล.ต.ต.นิยม ด้วงสี ผบก.ภ.จว.ลำปาง ได้รายงานต่อไปยังพล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แล้ว และพล.ต.ท.มนตรี ได้อนุมัติคำสั่ง 0020.117/4557 ให้ดำเนินการทางวินัย เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าเป็นกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ จนถูกจับกุมตัวดำเนินคดีพฤติกรรมกระทำมีเหตุอันควรดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง การดำเนินการอยู่ในอำนาจของ ภ.จ.ลำปาง ที่จะดำเนินการได้

ทั้งนี้ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง และให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและให้สั่งออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 โดยผบก.ภ.จว.ลำปาง ได้เซ็นสั่งออกราชการแล้ว และจะสอบสวนขยายผลว่าพัวพันกับธุรกิจเครือข่ายยาเสพติดหรือไม่

เหตุการณ์จับกุมเกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังตำรวจได้รับแจ้งเหตุมีชายคลุ้มคลั่งภายในห้องพักในซอยเจริญกรุง 80 เขตบางคอแหลม กทม.จึงเข้าไประงับเหตุ พบเป็นตำรวจจากสพบยาไอซ์ในกระเป๋ากางเกง และยาระงับประสาทของโรงพยาบาล จ.เชียงใหม่ เบื้องต้นพบรักษาโรคประสาทอยู่ที่โรงพยาบาลสวนปรุง ตั้งแต่ปี 2555 และได้ขอลาราชการเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าจะมากู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ 

  

กลับขึ้นด้านบน