ป่าพรุควนเคร็งฝุ่น PM 2.5 เริ่มเกินมาตรฐาน

ป่าพรุควนเคร็งฝุ่น PM 2.5 เริ่มเกินมาตรฐาน

ป่าพรุควนเคร็งฝุ่น PM 2.5 เริ่มเกินมาตรฐาน

รูปข่าว : ป่าพรุควนเคร็งฝุ่น PM 2.5 เริ่มเกินมาตรฐาน

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศจากการเกิดไฟป่าหมอกควันในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช มีค่า PM 2.5 เกินมาตรฐานเล็กน้อย โดยเตรียมพิจารณาจัดทำพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone)

วันนี้ (3 ส.ค.2562) นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ระบุว่า จากสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม จึงได้เร่งดำเนินการดับไฟป่าโดยด่วนและให้กรมควบคุมมลพิษตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันป้องกันและร่วมแก้ปัญหา พร้อมกับให้ข้อเสนอแนะการป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงหรือป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน


สำหรับภาพรวมไฟไหม้มีพื้นที่เสียหาย ทั้งในพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ (เขตห้ามล่าสัตว์ป่า) เขตป่าสงวน และในพื้นที่ของชาวบ้าน เสียหายแล้วกว่า 300 ไร่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำเข้าไปบริเวณไฟไหม้ 5 จุด จากคลองพระราชดำริ และใช้เครื่องสูบน้ำ 30 ตัว ซึ่งสามารถสูบน้ำได้ประมาณ 1,200 ลูกบาตรเมตรต่อชั่วโมงต่อเครื่อง เพื่อเร่งการสูบน้ำเข้าไปในพื้นที่ที่เกิดไฟไหม้ในพื้นที่พรุ


ส่วนการตรวจสอบคุณภาพอากาศ คพ. ได้นำหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่มาติดตั้งบริเวณโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำ ต.เขาพระบาท ต.เขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช จะตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) คาร์บอนมอนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์ และนำเครื่องมือตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ไปติดตั้งในพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงจุดเกิดเหตุที่หน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่ไม่สามารถเข้าในพื้นที่ได้โดยจะติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องจนกว่าจะกลับสู่สภาวะปกติ

ภาพ : กรมควบคุมมลพิษ

ภาพ : กรมควบคุมมลพิษ


สำหรับการวัดค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในวันนี้ วัดค่าได้ 61 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้เล็กน้อย จึงได้แนะนำให้พิจารณาจัดทำพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ โดยอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ย้ำว่า ปัญหาหมอกควันไฟป่าในภาคใต้ของประเทศไทยจะเกิดขึ้นช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย.ของทุกปี ซึ่งปีได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันภาคใต้อย่างดี ควบคู่กับประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจต่อประชาชนในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ และการดำเนินการแก้ไขสถานการณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบ

 

กลับขึ้นด้านบน