ยาวิเศษ! ครูอ้างให้เด็กดื่มฉี่กลั่นสมุนไพรแทนยาครึ่ง ชม.หายป่วย

ยาวิเศษ! ครูอ้างให้เด็กดื่มฉี่กลั่นสมุนไพรแทนยาครึ่ง ชม.หายป่วย

ยาวิเศษ! ครูอ้างให้เด็กดื่มฉี่กลั่นสมุนไพรแทนยาครึ่ง ชม.หายป่วย

รูปข่าว : ยาวิเศษ! ครูอ้างให้เด็กดื่มฉี่กลั่นสมุนไพรแทนยาครึ่ง ชม.หายป่วย

อนุทิน ชาญวีรกุล รมว.สาธารณสุข ระบุว่าปัสสาวะกินไม่ได้ แต่ สธ.ไม่สามารถประกาศสั่งห้ามได้ ขณะที่เพจหมอแล็บแพนด้า เผยข้อมูลที่น่าตกใจครูอ้างให้ลูกศิษย์ดื่มปัสสาวะกลั่นสมุนไพรแทนยา เวลาเด็กป่วยหายภายในครึ่งชั่วโมง

วันนี้ (27 ส.ค.2562) นายอนุทิน ชาญวีรกุล รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกระแสการดื่มปัสสาวะที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล โดยมีการอ้างสรรพคุณเป็นยาวิเศษ สามารถรักษาโรคได้ว่า คนเรากินปัสสาวะไม่ได้ ไม่ต้องชี้แจงอะไร และต้องไม่กิน เพราะปัสสาวะกินไม่ได้ เพี้ยนกันไปหมด ปัสสาวะอุจจาระกินไม่ได้ทั้งนั้น ทั้งนี้จะให้กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศขอให้ประชาชนอย่าบริโภคปัสสาวะอุจจาระ จะทำได้อย่างไร 

ขณะที่ตลอดสัปดาห์นี้มีทั้งกลุ่มที่เคยใช้ปัสสาวะในการรักษาโรคได้ออกมาให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าเพื่อเป็นทางเลือกในการรักษาโรค ทั้งการดื่ม ทาหน้า ทาแผล และใช้ล้างตา แม้จะมีคำเตือนจากแพทย์หลายคน ทั้งหมอโรคไต และทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง เจ้าของเพจหมอแล็บแพนด้า ก็ออกมาระบุว่าการดื่มน้ำปัสสาวะมีประโยชน์น้อยกว่าการกินข้าวหนึ่งคำ

ล่าสุด หมอแล็บแพนด้า โพสต์ข้อความที่น่าตกใจอีกครั้ง โดยระบุว่าเรียนเจ้าสำนักลัทธิดื่มปัสสาวะ ช่วยควบคุมคนของพวกคุณด้วย ถ้าคิดว่าเยี่ยวมันดีก็เก็บไว้กินเอง ไม่ห้ามแล้ว!! แต่อย่ามายุ่งกับคนอื่นที่เขาไม่เชื่อ อย่าแอบเอามาใส่ให้คนอื่นกิน แบบนี้สามารถถูกฟ้องได้เลยนะ โรงเรียนนี้อยู่ขอนแก่น ฝากคุรุสภาตรวจสอบด้วยครับ

ทั้งนี้จากข้อมูลระบุว่ามาจากครูคนหนึ่ง ที่สอนนักเรียนในระดับประถมศึกษา โดยอ้างว่าจะทำน้ำปัสสาวะกลั่นสุมนไพร นำไปไว้ประจำที่โรงเรียน เวลาเด็กไม่สบายจะมาขอยากับเรา ไม่ใช่พยาบาล ไม่มียา เลยเอาน้ำปัสสาวะกลั่นให้เด็กกินผสมน้ำครึ่งส่วน เด็กส่วนมากจะปวดท้องจนตัวงอ เพราะกินน้ำอัดลม ขนมหวาน ไม่ทานข้าว หรือบางคนเป็นไข้ตัวร้อน

ผลปรากฎว่ากินยาวิเศษของครูจะหายภายใน 30 นาที ทดลองมากับเด็ก 30 คน ได้ผลทุกคน  เราจะบอกว่าเป็นน้ำมนต์มาจากวัด

ผู้ป่วยงง เจอหมอแนะนำใช้ฉี่ทาแผล

นอกจากนี้ หมอแลบแพนด้า ยังได้เอารูปแบคทีเรีย และเชื้อโรคที่ส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์มาให้ดู โดยระบุว่าอยู่ในปัสสาวะของคนเรา ที่เป็นเส้นๆ เป็นตัวกลมๆและเป็นแบบแท่งนั่นแหละเชื้อโรคและพยาธิ เผื่อใครคิดจะเอามาใส่แผลหรือหยอดตา

ทั้งนี้ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ผู้ป่วยคนหนึ่ง (ขอสงวนชื่อ) เปิดเผยว่าเมื่อ 2 ปีก่อนเคยเกิดอาการคัน เป็นแผลบวม ทายาแล้วยังไม่หาย จึงไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา เนื่องจากใช้สิทธิ 30 บาทได้ แต่หมอแนะนำให้หาข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรโบราณและใช้ปัสสาวะทาบริเวณแผล ลองให้นำกลับไปทำที่บ้าน แต่ไม่ได้ทำตามคำแนะนำหมอ และตัดสินใจไปหาหมอที่โรงพยาบาล เพราะรู้สึกแปลกใจ และไม่เชื่อแนวทางการรักษาแบบนี้

ไปเล่าให้หมอที่โรงพยาบาลแห่งใหม่ฟังว่าถูกแนะนำมาให้รักษาแผล โดยใช้ปัสสาวะทาหมอได้สอบถามขอหมอคนที่แนะนำและชื่อคลิกนิกดังกล่าว เพื่อร้องเรียนให้เข้าไปตรวจสอบ

 

ยิ่งหมักนาน เชื้อโรคยิ่งเยอะ

ด้าน พล.อ.ท.อนุตตร จิตตินันทน์ อายุรแพทย์โรคไต โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนตัวไม่ขอก้าวล่วงว่าถูกหรือผิด แต่ในฐานะของแพทย์โรคไต ต้องการให้ข้อมูลทางกรแพทย์ โดยเฉพาะเรื่ององค์ประกอบในน้ำปัสสาวะมีส่วนประกอบอย่างไร ซึ่งชัดเจนอยู่แล้วว่าปัสสาวะเป็นสิ่งที่ไตกรองเอาของส่วนเกินที่ร่างกายไม่ต้องการออกมา ไม่ได้มีสารที่เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย และยังมีโอกาสที่จะเกิดการปนเปื้อนจากเชื้อโรคต่างๆ เพราะปัสสะวะต้องไปเก็บในกะเพราะปัสสาวะ

ยิ่งทิ้งปัสสาวะหมักไว้นาน จำนานเชื้อโรคจะยิ่งเจริญเติบโต เหมือนอาหารยิ่งทิ้งไว้นานยิ่งบูดเน่า บางคนนำไปล้างหน้า หยอดตายิ่งไม่เหมาะสม รวมทั้งมีการให้ข้อมูลมาเรื่อยๆเช่นกรณีครูเอาไปให้เด็กดื่ม ยิ่งไม่ถูกต้องที่นำไปโปรโมทให้คนอื่นใช้

ทั้งนี้ที่ผ่านมาถึงแม้ จะยังไม่มีผู้ป่วยที่ดื่ม ทา หรือใช้ปัสสาวะรักษาโรคเข้ารับการรักษาจากผลข้างเคียงก็ตาม แต่ก็ไม่แนะนำให้ใช้ เพราะไม่มีข้อมูลพิสูจน์ว่ามีประโยขน์และเหมาะสมกับสุขภาพ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไขข้อข้องใจ! ฟังมุม "หมอโรคไต" เตือนก่อนคิดดื่มปัสสาวะ

มีเชื้อโรค! เตือนกินฉี่-ใช้ทาหน้าไร้ประโยชน์ น้อยกว่ากินข้าวหนึ่งคำ

 

กลับขึ้นด้านบน