"อนุทิน" โต้คนข่มขู่นักวิชาการต้านสารพิษ "กระจอก-หน้าตัวเมีย"

"อนุทิน" โต้คนข่มขู่นักวิชาการต้านสารพิษ "กระจอก-หน้าตัวเมีย"

"อนุทิน" โต้คนข่มขู่นักวิชาการต้านสารพิษ "กระจอก-หน้าตัวเมีย"

รูปข่าว : "อนุทิน" โต้คนข่มขู่นักวิชาการต้านสารพิษ "กระจอก-หน้าตัวเมีย"

"อนุทิน" ฉุนคนข่มขู่นักวิชาการค้านสารเคมี ระบุเขาเรียกว่า "หน้าตัวเมีย กระจอก แน่จริงให้มานี่ มาคุยกันอย่างเปิดเผยอย่าหลบ" ย้ำชัดสาธารณสุข -รมช.เกษตรฯ เน้นสุขภาพคนเป็นหลัก ขณะที่ "มนัญญา" ยังเดินหน้าเสนอคณะกรรมการ 4 ฝ่าย 7 ต.ค.นี้

วันนี้(3 ต.ค.2562) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรณีมีการข่มขู่เอาชีวิตนักวิชาการที่ออกมาต่อต้านการใช้สารพิษอันตรายทางการเกษตร ว่า เรื่องนี้จะไม่บานปลาย มั่นใจว่าทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ของสวัสดิภาพที่ดีของประชาชน คุณงามความดีเหล่านี้จะมาป้องกันตัวเอง ไม่มีใครทำอะไรได้ คนที่ไปขู่ถือว่า กระจอก

ส่วนคนที่ไปขู่ เขาเรียกว่า หน้าตัวเมีย กระจอก แน่จริงให้มานี่ มาคุยกันอย่างเปิดเผย อย่าหลบ อย่าไปขู่นักวิชาการจะได้อะไรขึ้นมา มาขู่มนัญญา มาขู่ผมนี่ หายไปไหนหมด

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการเรียกร้องให้รัฐบาลให้การคุ้มครองผู้ที่ถูกข่มขู่ คงต้องมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ขอให้มั่นใจว่า หากทำสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีทางที่ใครจะทำอะไรได้ 

 คิดว่าทำนักวิชาการ 2 คนนี้ แล้วเรื่องจะจบหรือ ทำได้แค่ขู่ คนพวกนี้กระจอก

นอกจากนี้ยังระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขต้องมีจุดยืนคัดค้าน ไม่ใช่เขียนว่าให้ติดตามไปก่อน แล้วจะมีมารตรการที่จะดำเนินการตามทีหลัง 

เดินหน้าเลิกสารเคมีอันตรายนำเข้าที่ประชุม 7 ต.ค.นี้ 

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดปฏิบัติการออกตรวจสต็อกสารเคมีอีกรอบ โดยก็มีการเปิดเอกสารแสดงจุดยืนของนางมนัญญา ที่ สนับสนุนให้จำกัดการใช้ ทำให้เจ้ากระทรวงต้องออกมาประกาศว่าพร้อมยกเลิก หากเป็นมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย

เรื่องนี้ถูกเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ซึ่งเป็นเอกสารที่ลงนามโดย น.ส.ดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื้อหาระบุว่า กรมวิชาการเกษตร ได้ส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพื่อขอให้พิจารณาให้ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส เป็นวัตถุอันตราย ชนิดที่ 4 คือ ห้ามผลิต นําเข้า ส่งออก และจําหน่าย เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา

เมื่อหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คำตอบที่ได้คือ ให้จำกัดการใช้ไปตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ก็ถูกตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่าย

รวมถึง นพ.ธีรวัฒน์ เหมะจุฑา หนึ่งในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร ว่า สวนทางกับรัฐมนตรีคนอื่น รวมถึงน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ประกาศอย่างชัดเจนว่า จะยกเลิกสารเคมีทั้ง 3 ชนิดภายในปี 2562 หรือไม่

มีรายงานว่าวันนี้ ทีมงานของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประสานสื่อมวลชน เพื่อเปิดแถลงจุดยืนเรื่องนี้ ก่อนจะให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า พร้อมยกเลิกการใช้สารเคมีเกษตร ทั้ง 3 ชนิด แต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย พร้อมปฏิเสธไม่เคยพบหรือพูดคุย กับบริษัทยักษ์ใหญ่สารเคมีเกษตรอย่างที่เป็นข่าว

วันเดียวกัน น.ส.มนัญญา ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจสต็อกสารเคมีเกษตร เมื่อถูกถามถึงท่าทีของเจ้ากระทรวง ก็เลี่ยงที่จะตอบระบุเพียงว่า เป็นการตอบแบบผู้ใหญ่ที่คิดรอบด้าน

แต่สำหรับตัวเอง กำกับดูแลกรมวิชาการการเกษตร จะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายยกเลิกให้ได้ภายในสิ้นปี 2562 ซึ่งข้อมูลการสุ่มตรวจสต็อกในวันนี้ จะรวบรวมเสนอคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ที่ตั้งขึ้นตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการในวันที่ 7 ต.ค.นี้

 

 

ขณะที่วันนี้พรรคเพื่อไทย นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ได้แถลงจุดยืนยกเลิกสารเคมีเกษตรที่มีความเสี่ยงสูงทั้ง 3 ชนิด ซึ่งสอดคล้องกับมติคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สารเคมี ก่อนหน้านี้

นายชวลิต วิชยสุทธื์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ สารเคมี เรียกร้องให้นายเฉลิมชัย ตอบสังคมว่า มีเหตุผลใดที่เห็นต่างในเรื่องนี้ พร้อมยืนยันว่า คณะกรรมาธิการจะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป

พร้อมระบุเป็นเรื่องน่าเสียใจ ที่รู้ว่า กรรมาธิการ 2 คนฟากฝั่งนักวิชาการ ถูกขู่ฆ่าหลังออกมาทำงานต่อต้านการใช้สารเคมี โดยกรรมาธิการได้ให้กำลังใจ และแนะให้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน