ขีดเส้น 1 สัปดาห์รู้ผลสอบศึก "หมอ-พยาบาล" แย่งห้องผ่าตัด

ขีดเส้น 1 สัปดาห์รู้ผลสอบศึก "หมอ-พยาบาล" แย่งห้องผ่าตัด

ขีดเส้น 1 สัปดาห์รู้ผลสอบศึก "หมอ-พยาบาล" แย่งห้องผ่าตัด

รูปข่าว : ขีดเส้น 1 สัปดาห์รู้ผลสอบศึก "หมอ-พยาบาล" แย่งห้องผ่าตัด

สธ.สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงหมอกับพยาบาล โรงพยาบาลอำนาจเจริญ หลังเปิดศึกแย่งชิงห้องผ่าตัด คาด 1 สัปดาห์รู้ผล พร้อมเล็งสอบวินัย โดยวันที่ 22พ.ย.นี้ เตรียมถกมาตรการและวางระบบบริการในโรงพยาบาลทั่วประเทศ

วันนี้ (19 พ.ย.2562) กรณีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างแพทย์กับพยาบาลในห้องผ่าตัด ของโรงพยาบาลอำนาจเจริญ นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการเร่งด่วนให้ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 10 ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดคิวการผ่าตัดของโรงพยาบาลอำนาจเจริญ

โดยในวันที่ 22 พ.ย.นี้ จะประชุมร่วมกับผู้แทนผู้ทรงคุณวุฒิจากสภาการพยาบาล แพทยสภา สมาคมแพทย์ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และผู้อำนวยการกลุ่มเสริมสร้างวินัย ศูนย์สันติวิธี กองการพยาบาล ประธานแผนพัฒนาระบบบริการสาขาสูตินรีแพทย์ เพื่อตั้งคณะกรรมการบูรณาการการทำงานของสหวิชาชีพ ร่วมกันวางมาตรการและระบบการให้บริการ เป็นมาตรฐานการจัดบริการในโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพบริการประชาชน ลดความขัดแย้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง สั่งย้าย "หมอ-พยาบาล" ปมทะเลาะแย่งห้องผ่าตัด  

 

นพ.ยงยศ กล่าวว่า วันนี้ ได้รับรายงานจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำนาจเจริญว่า ได้ประชุมคณะกรรมการไกล่เกลี่ยของโรงพยาบาลอำนาจเจริญ เพื่อสรุปข้อเท็จจริงเบื้องต้น และทบทวนแนวทางการดำเนินงานของห้องผ่าตัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการแล้ว

ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง-สอบวินัยคาด 1 เดือนจบ

ด้าน นพ.ประภาส วีระพล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงภายใน 1 สัปดาห์ และตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัยให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือนกับผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ทั้ง 3 คน ได้แก่ แพทย์สูติเจ้าของเคสที่ถูกแทรกคิว แพทย์สูติที่แทรกคิวผ่าตัด และพยาบาลเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

พร้อมกันนี้ยืนยันว่า ตามปกติแล้วทุกโรงพยาบาลมีระเบียบการใช้ห้องผ่าตัดอยู่แล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการไม่ปฎิบัติตามกฎ ทราบว่าห้องผ่าตัดคลอดปกติ คือ ห้องผ่าตัด 5 สำหรับแผนกสูติ และห้องผ่าตัดฉุกเฉิน 7 ที่ทุกแผนกสามารถใช้ร่วมกันได้ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ขาดการสื่อสารทำความเข้าใจกัน และนำเคสอื่นมาแทรกในห้องที่วางไว้สำหรับฉุกเฉิน จนเกิดความไม่พอใจ

ขณะนี้ ได้ย้ายพยาบาลที่เป็นผู้ถูกกระทำจากห้องผ่าตัดมาอยู่แผนกผู้ป่วยยนอก ส่วนแพทย์สูติที่ทะเลาะและมีปากเสียงให้ย้ายมาอยู่ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปโปร่งใส

 

 

กลับขึ้นด้านบน