รัฐบาลแพ้ยกมือตั้ง กมธ.ม.44 ขอโหวตใหม่ ฝ่ายค้านวอล์กเอ้าต์

รัฐบาลแพ้ยกมือตั้ง กมธ.ม.44 ขอโหวตใหม่ ฝ่ายค้านวอล์กเอ้าต์

รัฐบาลแพ้ยกมือตั้ง กมธ.ม.44 ขอโหวตใหม่ ฝ่ายค้านวอล์กเอ้าต์

รูปข่าว : รัฐบาลแพ้ยกมือตั้ง กมธ.ม.44 ขอโหวตใหม่ ฝ่ายค้านวอล์กเอ้าต์

สภาผู้แทนราษฎร ลงมติ 234 ต่อ 230 เสียง เห็นชอบญัตติจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ผลกระทบจากคำสั่งประกาศของ คสช.และประกาศคำสั่งของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 แต่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลขอโหวตใหม่ ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้าน ตัดสินใจวอล์กเอ้าต์ออกจากห้องประชุม

วันนี้ (27 พ.ย.2562) เมื่อเข้าสู่วาระการพิจารณาญัตติที่ค้างจากสัปดาห์ที่แล้ว คือ การอภิปรายในญัตติจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ผลกระทบจากคำสั่งประกาศของ คสช.และประกาศคำสั่งของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 โดยเริ่มต้นที่ รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผู้เสนอญัตติได้อภิปรายสรุป


โดยสาระสำคัญของการอภิปราย คือการเน้นย้ำที่จะศึกษาปัญหาการใช้มาตรา 44 และมีผลกระทบเกิดขึ้น และกับยืนยันว่า กรรมาธิการฯชุดนี้จะไม่มีอำนาจ สั่งการหรือดำเนินคดีกับหัวหน้า คสช. แต่สรุปรวมปัญหาเสนอสภาฯ และผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปสู่การปฎิบัติ-แก้ไข จากนั้นนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็เปิดให้ลงมติ โดยมีสมาชิกทั้งหมด 464 คน ลงคะแนน 234 ต่อ 230 เสียง

 


ทันทีที่ ส.ส.พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล โหวตแพ้ ส.ส.พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ก็เป็นเหตุให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ พรรคพลังประชารัฐ และในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล ยกมือเสนอให้ประธานสภาฯ วินิจฉัยนับคะแนนใหม่ ตามข้อบังคับที่ 80 ด้วยวิธีการขานชื่อ พร้อม ส.ส.ที่ยกมือรับรอง และแม้จะถกเถียงกันถึงเงื่อนไข หรือความเป็นกลางของประธาน โดยประธานสภาผู้แทนราษฎร "ชวน หลีกภัย" ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ได้วินิจฉัยให้นับคะแนนใหม่ ด้วยการขานชื่อ


หลังการวินิจิฉัยให้นับคะแนนใหม่ ส.ส.พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ต่างก็ลุกขึ้นประท้วง ทั้งจากการใช้สิทธิ์อภิปรายคัดค้าน และการลุกขึ้นยืนประท้วงประธานสภาฯ จนเป็นเหตุให้ประธานต้องสั่งพักการประชุม 15 นาที สำหรับการเสนอให้นับคะแนนใหม่ ตามข้อบังคับการประชุม อ้างอิงไว้ว่า หากสมาชิกเห็นต่างในคะแนนที่ไม่เกิน 25 เสียง ให้เสนอประธานสภาฯ เพื่อวินิจฉัยได้


ทั้งนี้ ระหว่างการขานชื่อ ส.ส.เพื่อนับคะแนนใหม่ ส.ส.ฝ่ายค้านก็ได้ทยอยเดินออกจากห้องประชุมหลังจากพยายามลุกขึ้นประท้วงและใช้สิทธิ์คัดค้านไม่เป็นผล จึงทำให้องค์ประชุมไม่ครบ ทำให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรสั่งปิดการประชุมในวันนี้ และเลื่อนพิจารณาญัตติการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญออกไปเป็นวันพรุ่งนี้

 

 

กลับขึ้นด้านบน