“ธรรมศาสตร์” เกี่ยวข้าวนาอินทรีย์ลอยฟ้าใหญ่ที่สุดในเอเชีย

“ธรรมศาสตร์” เกี่ยวข้าวนาอินทรีย์ลอยฟ้าใหญ่ที่สุดในเอเชีย

“ธรรมศาสตร์” เกี่ยวข้าวนาอินทรีย์ลอยฟ้าใหญ่ที่สุดในเอเชีย

รูปข่าว : “ธรรมศาสตร์” เกี่ยวข้าวนาอินทรีย์ลอยฟ้าใหญ่ที่สุดในเอเชีย

“ธรรมศาสตร์” ปลุกคนไทยปรับพฤติกรรมการบริโภค เลิกนำสารพิษเข้าร่างกาย ชักชวนชาวธรรมศาสตร์ลงแขกเกี่ยวข้าวบนสวนผักอินทรีย์ลอยฟ้าใหญ่ที่สุดในเอเชีย นับหนึ่งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) พร้อมด้วยคณาจารย์ นักศึกษา และศิษย์เก่า รวมกว่า 100 ชีวิต ร่วมเกี่ยวข้าวสายพันธุ์ข้าวหอมธรรมศาสตร์ ภายใต้กิจกรรม “มาเกี่ยวข้าวกัน” บนสวนผักออร์แกนิกลอยฟ้าใหญ่ที่สุดในเอเชีย ณ ดาดฟ้า อาคารอุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี

ผศ.ดร.ปริญญา เปิดเผยว่า วิถีการเกษตรดั่งเดิมของประเทศไทยนับว่าเป็นต้นทุนที่ดีมาก แต่ปัจจุบันกลับพบการใช้สารเคมีในปริมาณที่สูง ซึ่งนอกจากสร้างผลกระทบต่อสุขภาพเกษตรกรและผู้บริโภคแล้ว ยังทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นด้วย ฉะนั้นเกษตรกรในประเทศไทยจึงเข้าข่ายยิ่งทำยิ่งจน แต่อย่างไรก็ตาม ทุกการเปลี่ยนแปลงสามารถเริ่มต้นได้ที่ตัวเรา มธ.จึงอยากชักชวนให้ประชาชนเริ่มต้นด้วยการเลิกนำสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย ไม่บริโภคผัก-ผลไม้ที่มีสารเคมี ซึ่งที่สุดแล้วจะนำไปสู่การเกษตรกรรมที่ปลอดจากสารก่อมะเร็งในอนาคต

 

ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวอีกว่า ดาดฟ้าของอาคารอุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี ได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด “หลังคาสีเขียว” ซึ่งเป็นการใช้ร่มไม้ปกคลุม ขณะเดียวกันก็มีการปลูกพืชออร์แกนิกสำหรับรับประทาน อาทิ ข้าว กระเจี๊ยบ ตะไคร้ กระเพรา ฯลฯ หมุนเวียนกันไป โดยผักจะถูกส่งไปเป็นวัตถุดิบของศูนย์อาหารออร์แกนิก 100% ส่วนข้าวจะถูกนำไปหุงให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 รับประทาน

หลังคาของอาคารอุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี นับว่าเป็นสวนผักออร์แกนิกลอยฟ้าที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชีย และถือเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้นการปลูกข้าวบนสถานที่แห่งนี้นับเป็นกุศโลบายที่จะทำให้คนสนใจและหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องเกษตรปลอดภัยอย่างจริงจัง

 

ด้านนายเอกชัย ราชแสง นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ มธ. กล่าวว่า ข้าวที่ปลูกบนดาดฟ้าอาคารอุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มีชื่อว่า “ข้าวหอมธรรมศาสตร์” ซึ่งภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์ ได้พัฒนาสายพันธุ์มาจากข้าวหอมมะลิ 105 แต่จะมีจุดเด่นกว่าตรงที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 90 วันเท่านั้น โดยข้าวสายพันธุ์นี้เหมาะสมกับการปลูกแบบปลอดสารเคมีโดยเฉพาะ

ขั้นตอนหลังจากนี้ เราก็จะนวดข้าวให้เหลือเฉพาะเมล็ด แล้วตากแห้งประมาณ 28 วัน จากนั้นก็จะนำไปเป็นเมล็ดพันธุ์เพื่อปลูกต่อสำหรับหุงต้อนรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ในปีการศึกษาต่อไป

 

สำหรับ “ข้าวหอมธรรมศาสตร์” ที่เกี่ยวได้จากนาแปลงดังกล่าว บางส่วนจะนำมาแจกภายในงาน “เทศกาลข้าวใหม่ ตอน มหัศจรรย์ข้าวไทย” จัดขึ้นที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 21-22 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้ชิมข้าวไทยนับร้อยสายพันธุ์ และเลือกซื้อสินค้าจากเกษตรกร พร้อมร่วมกิจกรรมต่างๆ โดย สามารถลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าได้ที่ https://bit.ly/2qHAEyr เพื่อรับฟรีหนังสือ Guide Rice Book “ข้าวไทย : จากท้องทุ่งสู่ท้องเรา” คู่มือการเลือกพันธุ์ข้าวที่เหมาะกับตัวเอง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.facebook.com/events/1463304803818651

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน