กกต.ลั่นไม่กลั่นแกล้งยุบอนาคตใหม่ ผิดกฎหมายชัด

กกต.ลั่นไม่กลั่นแกล้งยุบอนาคตใหม่ ผิดกฎหมายชัด

กกต.ลั่นไม่กลั่นแกล้งยุบอนาคตใหม่ ผิดกฎหมายชัด

รูปข่าว : กกต.ลั่นไม่กลั่นแกล้งยุบอนาคตใหม่ ผิดกฎหมายชัด

กกต. ระบุคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ถือว่าชี้ขาดแล้ว ชี้แจงกรณีที่อ้างว่า กกต.กลั่นแกล้ง มั่นใจไม่เลือกปฏิบัติ เหตุเพียงแค่เป็นผู้เสนอไปศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ากระบวนการที่จะส่งคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญไม่ชอบ ศาลรัฐธรรมนูญต้องยกคำร้อง แต่พบเงินกู้ผิดกฎหมายชัด

วันนี้ (22 ก.พ.2563) นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ถือว่าชี้ขาดแล้ว กรณีที่อ้างว่ากกต.กลั่นแกล้ง ความจริง กกต.เพียงแค่เป็นผู้เสนอไปศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ากระบวนการที่จะส่งคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญไม่ชอบ ศาลรัฐธรรมนูญต้องยกคำร้อง

นอกจากนี้นายฉัตรไชย ยังระบุว่า แนะสังคมให้ดูหลักกฎหมายและข้อเท็จจริงที่ กกต. ได้มาก็มาจากพรรคอนาคตใหม่ เป็นคนให้ข้อมูลเองว่าให้พรรคกู้เงินจริงหรือไม่ ทางกกต.เพียงแต่รวบรวมข้อเท็จจริงเหล่านั้น ตามข้อกฎหมายและเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค

ถ้าจะบอกว่า กกต.เลือกปฏิบัติ ก็ต้องถามว่ามีพรรคอื่นที่กู้เงินแบบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ ตรวจสอบแล้วไม่มีพรรคอื่นกู้เงินเกิน 10 ล้านบาท กกต.ต้องทำตามกฎหมาย และกกต.ไม่ใช่ผู้ชี้ขาด

ดังนั้น กกต.จึงไม่ได้กลั่นแกล้ง ไม่มีเลือกปฏิบัติ พร้อมทั้งเตรียมเดินหน้ากฎหมายอาญาต่อ ทั้งนี้ยังแนะสังคมอย่าอินเกิน ให้ดูหลักกฎหมาย และข้อมูลก็มาจากพรรคอนาคตใหม่

ศาลรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่ถูกต้อง-ไม่เร่งรัด

ด้านนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลชัดเจนทั้งนิติรัฐ นิติธรรม สั้นกระชับเข้าใจง่าย เพราะศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจในการวิจัยได้ ถือว่าคำวินัจฉัยของศาลใช้มา 20 ปี ในกรณีที่กฎหมาย ขัดหรือแย้งไม่ใช่กรณีแรก

ศาลได้อภิปรายคำร้องและคำคัดค้านว่าศาลไม่ได้เร่งรีบ ได้ใช้เวลาในการพิจารณา 77 วัน 11 ครั้ง และรับเอกสารชี้แจงของทั้งหมดที่ร้องผ่าน กกต.และผู้ถูกร้องไว้ทั้งหมดไว้วินิจฉัยตามข้อกฎหมาย อ่านแล้วชัดเจน

เมื่อถามว่าตีความว่าพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน ต้องทำเหมือนหน่วยงานของรัฐ ที่กฎหมายเขียนไว้ ถือเป็นข้อห้ามถือเป็นการตีความรูปแบบใหม่ของพรรคการเมืองหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ตีความถูกแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะการเข้ามาเป็นพรรคการเมืองถือว่าอาสามัครมาใช้อำนาจตามนิติบัญญัติ ก็ต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญ และมีอำนาจตามข้อจำกัด

ถ้าศาลวินิจฉัยว่าการกู้เงินทำไม่ได้ ถือเป็นบรรทัดฐานที่พรรคอื่น หากจะกู้เงินเป็นพันล้าน ซึ่งเบื้องต้นมีพรรคการเมืองที่ 2-3 พรรคที่จะเข้าข่ายผิดตามรัฐธรรมนูญปี 2560

เมื่อถามว่า ต่อไปใครจะมาทำพรรคการเมืองถ้ามีเงิน มีอดุมการณ์ แต่ต้องขับเคลื่อนด้วยทุน นายสมชาย กล่าวว่า พรรคการเมืองเขียนไว้ใน พ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญ เช่น การสมัครสมาชิกพรรค ถามว่ามีคนสนใจอยากมาร่วม มีเศรษฐี 100 คน ก็บริจาคคนละ 10 ล้าน และเงินจัดกิจกรรม จัดเลี้ยงหารายได่ แต่เขาไมได้ให้ทำเรื่องเงินกู้ เพราะเป็นนิติกรรมอำพราง เพราะนายทุนถ้ามาให้เงินคนละ 500 ล้านบาท แล้ว ส.ส.นักการเมือง จะออกกฎหมายตามนายทุนหรือไม่ คนที่เป็นสมาชิกไม่สบายใจ และในอดีตไทยรักไทย พลังประชาชน และไทยรักษาชาติ และกรรมการที่ถูกตัดสิทธิ ต้องระมัดระวังในการทำกิจกรรม แต่ถ้าใช้สิทธิ ก็อย่าดูหมิ่น

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน