เปิดหลักฐาน "ธรรมนัส" ขาดคุณสมบัติ รมต.

เปิดหลักฐาน "ธรรมนัส" ขาดคุณสมบัติ รมต.

เปิดหลักฐาน "ธรรมนัส" ขาดคุณสมบัติ รมต.

รูปข่าว : เปิดหลักฐาน "ธรรมนัส" ขาดคุณสมบัติ รมต.

ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นอภิปรายคุณสมบัติ ร.อ.ธรรมนัส ขัดรัฐธรรมนูญ กรณีคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ถูกระบุว่าเคยถูกดำเนินคดียาเสพติดและถูกจำคุกในต่างประเทศ

วันนี้ (26 ก.พ.2563) เวลา 22.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.ฝ่ายค้าน หารือประธานฯ สภา หลังเตรียมอภิปราย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แต่เนื่องจากปัญหาเวลา จึงจะขออนุญาตอภิปรายทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ ร.อ.ธรรมนัส โดยประธานสภาฯ ได้อนุญาตให้อภิปรายพร้อมกันทั้ง 2 คน

อภิปราย “ธรรมนัส” ขาดคุณสมบัติเป็น รมต.

จากนั้น นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ จึงเริ่มอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยระบุว่า ร.อ.ธรรมนัส ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อรักษาตำแหน่งทางการเมือง เนื่องจากเคยต้องโทษเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้าม หลังถูกศาลออสเตรเลียตัดสินจำคุก 4 ปี ถูกเนรเทศกลับประเทศ และทั่วโลกเห็นต้องกันว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 ระบุว่า บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. (10) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิด... กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า มาตรา 160 รัฐมนตรีต้อง (6) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (7) ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ ไม่มีการระบุว่าเป็นศาลไทยหรือต่างชาติ

สื่อต่างประเทศรายงานพบการค้ายาเสพติด

นายธีรัจชัยกล่าวว่า สื่อต่างประเทศรายงานว่า ทางการออสเตรเลียจับกุมกลุ่มผู้ค้าสารเสพติด ประเมินมูลค่า 80 ล้านบาท เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2536 ยอมรับนำเข้าเฮโรอีน เพื่อการค้า มีคำพิพากษาจำคุก 6 ปี และเนรเทศออกนอกประเทศ ส่วน ร.อ.ธรรมนัส ปฏิเสธว่าไม่เคยติดคุก แต่ต่อมากลับบอกว่าจำคุก 4 ปี

ชี้ “ธรรมนัส” ให้การขัดกันกรณีจำคุก 4 ปี

คำให้การของ ร.อ.ธรรมนัสนั้น ในการชี้แจงในสภาฯ และชี้แจงเป็นหนังสือขัดกันเอง ภาษาในศาล หากให้การขัดกันเองถือว่าให้การเท็จ ภายหลังเมื่อมีการชี้แจงยอมรับว่าเคยจำคุกมา 4 ปี จึงถือว่า ร.อ.ธรรมนัส กระทำผิดรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 160

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายธีรัจชัยได้นำหลักฐาน โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลใหม่จากศาลอุทธรณ์รัฐนิวเซาเวลส์ เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2538 ซึ่งแตกต่างจากที่ ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงในสภาฯ มาเปิดเผย

เปิดหลักฐานคำพิพากษาศาลออสเตรเลีย

นายธีรัจชัยชี้ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ รัฐนิวเซาเวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ยืนยันว่า ร.อ.ธรรมนัส รับสารภาพว่า นำเข้าเฮโรอีนในระดับ “เพื่อการค้า” ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงเวลา 23.35 น.ในห้องประชุมสภาฯ เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย เมื่อ ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างแย่งกันยกมือประท้วง กรณีการแสดงเอกสารประกอบการอภิปรายของนายธีรัจชัย

นายธีรัจชัยอภิปรายต่อว่า ร.อ.ธรรมนัส อ้างว่า คำพิพากษาของศาลเกี่ยวกับการกระทำผิดและรับโทษ ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องเป็นของศาลไทยเท่านั้น แต่ พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ระบุว่า การกระทำผิดนอกราชอาณาจักร ต้องรับโทษในราชอาณาจักร

ระบุกฤษฎีกาเคยตีความ “ลักษณะบุคคลต้องห้าม”

นายธีรัจชัยกล่าวว่า เมื่อปี 2545 คณะกรรมการกฤษฎีกาก็เคยมีคำพิพากษาเกี่ยวกับบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในกรณีคล้ายคลึงกัน โดยระบุว่า ไม่ว่าจะจำคุกในต่างประเทศหรือในประเทศ ตามมาตรา 96 อนุ 5 ตามรัฐธรรมนูญปี 2521

กรณี ร.อ.ธรรมนัส อ้างว่าได้ล้างมลทินทั้งหมดแล้วด้วย พ.ร.บ.ล้างมลทิน จึงไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ส่วนนี้ต้องแยก 2 กฎหมายคือ กฎหมายล้างมลทิน ล้างแต่โทษ ไม่ล้างความผิด ส่วนการนิรโทษกรรม คือ การล้างความผิด ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส อ้างกฎหมายล้างมลทิน แต่อธิบายลักษณะข้อกฎหมายเป็นการนิรโทษกรรม

นายธีรัจชัยกล่าวต่อว่า ศาลปกครองสูงสุดเคยมีคำพิพากษาว่า พ.ร.บ.ล้างมลทิน ไม่สามารถล้างการกระทำผิดได้เช่นกัน
รับราชการทหารไม่แจ้งว่าเคยถูกจำคุก

 

นายธีรัจชัยยังอภิปรายต่อกรณีการรับราชการของ ร.อ.ธรรมนัส ว่า สำหรับประวัติการรับราชการในกองทัพบก ร.อ.ธรรมนัส ถูกออกจากราชการ 2 ครั้ง และกลับเข้ารับราชการ ซึ่งเวลาตรงกันกับการรับโทษจำคุกคดียาเสพติดที่ออสเตรเลีย 4 ปี ไม่เป็นไปตามที่อ้างว่าจำคุกเพียง 8 เดือน นอกจากนี้ในประวัติไม่มีปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกในต่างประเทศ ทั้งที่เป็นข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้งในการเข้ารับราชการ

ประเด็นคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญนั้น ร.อ.ธรรมนัส ไม่เปิดเผยข้อมูลในเอกสารสมัคร ส.ส. เป็นความตั้งใจในการปิดบังว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติ

มีความผิดตามรัฐธรรมนูญ ต้องเพิกถอนสิทธิ 20 ปี

นายธีรัจชัยกล่าวต่อว่า สำหรับโทษ หากปกปิดคุณสมบัติต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญต้องระวางโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท และสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ขอให้ กกต.รับเรื่องไปด้วย หากไม่ปฏิบัติถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

จากนั้นนายธีรัจชัยกล่าวต่ออีกว่า คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ได้ประสานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้ตรวจสอบคุณสมบัติ แต่กลับถูกปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย

ซึ่งตรงนี้ ถือว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะแต่งตั้งบุคคลมีคุณสมบัติต้องห้ามเป็นรัฐมนตรี เมื่อเรื่องปรากฏชัดขนาดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่เฉยได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ที่แต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส และไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส ปกปิดคุณสมบัติต้องห้าม

นายธีรัจชัยอภิปรายต่อว่า นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังเคยชี้แจงว่าติดคุก 4 ปีจริง แต่ไม่ใช่คดีการครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติด แต่ผิดเนื่องจากไม่แจ้งครอบครองต่อเจ้าหน้าที่ตาม Crimes Act 1900 ด้วยการอ้างกฎหมายที่ปกปิด และมีการอ้างกฎหมายที่มีขึ้นหลังจากพ้นโทษไปแล้ว 8 ปี ซึ่งถือเป็นการโต้แย้งข้อกฎหมายที่คลาดเคลื่อน

 

หมายเหตุ : คำชี้แจงของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีเนื้อหาที่เป็นรายละเอียดจำนวนมาก จึงแยกเป็นข่าวอีกชิ้นหนึ่ง

อ่านข่าวเพิ่ม "ธรรมนัส" ชี้แจง ไม่เคยเกี่ยวข้องยาเสพติด ไม่ผิดคุณสมบัติ รมต.

 

กลับขึ้นด้านบน