จำคุก 8 เดือน "อดีตพระพรหมดิลก" คดีทุจริตงบฯ พศ.

จำคุก 8 เดือน "อดีตพระพรหมดิลก" คดีทุจริตงบฯ พศ.

จำคุก 8 เดือน "อดีตพระพรหมดิลก" คดีทุจริตงบฯ พศ.

รูปข่าว : จำคุก 8 เดือน "อดีตพระพรหมดิลก" คดีทุจริตงบฯ พศ.

ศาลอาญาฯ พิพากษา​จำคุก​อดีตพระพรหมดิลก​ 8 เดือน​ ปรับเงิน​ 8,000​ บาท​ โทษจำคุกให้รอลงอาญา​ 1​ ปี ในคดีทุจริตจัดสรรงบโรงเรียนพระปริยัติธรรม ส่วนจำเลยที่เหลือ ศาลพิพากษาให้จำคุกในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฯ​ แต่ให้การเป็นประโยชน์​ศาลลดโทษให้บางส่วน

วันนี้ (5 มี.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง​ อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำน​วยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, นายบุญเลิศ โสภา อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา​ จ.ลำปาง, นายแก้ว ชิดตะขบ อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา, นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการกองพุทธศาสนศึกษา, นายเอื้อน กลิ่นสาลี หรือ​ อดีตพระพรหมดิลก​ เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสามพระยา​ และเป็นอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม​ รวมถึงเคยเป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นจำเลยที่ 1​-5​ ในคดีทุจริตการจัดสรรงบในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาประจำปีงบประมาณ 2557 วงเงิน 5 ล้านบาท

จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้

เมื่อถึงเวลานัด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์​เบิกตัว​นายพนม​, นายบุญเลิศ, นายแก้ว​ และนางพรเพ็ญ​ มาจากเรือนจำฯ​ เพื่อฟังคำพิพากษา​ ศาลพิเคราะห์หลักฐานข้อเท็จจริงแล้วว่า​ จำเลยที่ 1​-4 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พิพากษาให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่จำเลยที่ 1,3 ,4 ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือโทษจำคุก 12 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 9 เดือน

 

 

ส่วนจำเลยที่ 5 ศาลพิพากษาตามความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงาน มีความผิดโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 12,000 บาท แต่ในขณะนำสืบให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือโทษจำคุก 8 เดือน ปรับ 8,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ จึงมีคำสั่งให้รอลงอาญา 1 ปี ส่วนคำขออื่นมีคำสั่งให้ยก

สั่งจำเลยทั้ง 5 ชดใช้เงิน 5 ล้านคืน พศ.

คดีนี้​ โจกท์​ยื่นฟ้องจำเลยในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ, ทำ, จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่น โดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารฯ ทำการรับรองหลักฐานเป็นเท็จ เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 162 ประกอบมาตรา 83, 86

 

 

โดยอัยการโจทก์ มีคำขอท้ายฟ้อง ขอให้ศาลสั่งจำเลยทั้งห้า ร่วมกับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์​ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่อยู่ระหว่างหลบหนี ชดใช้เงิน 5 ล้านบาทคืนให้​สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ​ และให้นับโทษอดีตพระพรหมดิลก​ในคดีร่วมกันฟอกเงิน 5 ล้านบาท จากการทุจริตงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ​ในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมทั้งที่ไม่มีการดำเนินโครงการ และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก​อดีตพระพรหมดิลก​ รวม 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา​ ไปเมื่อวันที่ 16 พ.ค.2562 โดยคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์

กลับขึ้นด้านบน