ฝ่ายความมั่นคงประเมินเข้มช่วงผ่อนคลายมาตรการ เริ่มระยะแรก 14 วัน

ฝ่ายความมั่นคงประเมินเข้มช่วงผ่อนคลายมาตรการ เริ่มระยะแรก 14 วัน

ฝ่ายความมั่นคงประเมินเข้มช่วงผ่อนคลายมาตรการ เริ่มระยะแรก 14 วัน

รูปข่าว : ฝ่ายความมั่นคงประเมินเข้มช่วงผ่อนคลายมาตรการ เริ่มระยะแรก 14 วัน

เลขาฯ สมช. ระบุ การผ่อนคลายมาตรการ-ข้อกำหนด ในช่วง COVID-19 ระบาด ยังคงประเมินสถานการณ์รายวัน โดยเบื้องต้นกำหนดไว้ 14 วัน

วันนี้(30เม.ย.63) พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาพความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่าการพิจารณาผ่อนปรนมาตรการและข้อกำหนดต่างๆ รวมทั้งเรื่องของการจำหน่ายเหล้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในส่วนของ สมช.จะมีการพูดคุยและหารืออีกครั้งกับทางกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าฯ กทม.ผู้ว่าราชการจังหวัด และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อออกเป็นประกาศทั้งประเทศให้ทราบทั่วกันในช่วง 2-3 วันนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในแนวปฏิบัติและความร่วมมือในทุกภาค ส่วนโดยเฉพาะจากภาคประชาชนและภาคธุรกิจเอกชน โดยทั้งหมดจะต้องคำนึงถึงสุขภาพอนามัยปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด- 19 และภาคเศรษฐกิจไปพร้อมๆกัน

ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องมีการประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน โดยในระยะที่ 1 ที่กำหนดไว้ช่วงเวลา 14 วันนั้นเมื่อถึงประมาณวันที่ 10 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ สมช.จะมีการประเมินว่าการดำเนินการในระยะแรกนั้นมีทิศทางเป็นอย่างไร ซึ่งหากไม่ได้ผล กลับมีผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มอีกก็จบ ไม่ต้องมาพูดถึงระยะที่ 2-3-4 หรือแม้แต่ระยะที่หนึ่งก็อาจจะต้องยกเลิก แต่ถ้าสถานการณ์และการระบาดของเชื้อโรคมีแนวโน้มที่ดีขึ้นก็จะดำเนินการในระยะต่อไปได้แต่ทั้งหมดจะต้องมีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะ

ในส่วนของสายการบินในประเทศสามารถบินได้ตามปกติ แต่ขอย้ำว่ายังไม่ได้มีการผ่อนปรนมากนัก โดยขอให้จำกัดหรือเรื่องการเดินทางเพื่อนย้ายข้ามจังหวัดหากไม่จำเป็น ทั้งนี้ในการขึ้นเครื่องบินโดยสารจะต้องมีมาตรการรองรับเช่นการทำความสะอาดภายในห้องโดยสาร การเว้นระยะห่าง การไม่เสิร์ฟอาหารในอากาศยาน

สำหรับมาตรการการทำงานที่บ้าน หรือ work from home ที่ภาครัฐต้องการให้อยู่ที่ตัวเลข 50% แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่าหน่วยงานต่างๆ เริ่มทยอยออกมาทำงานกันบ้างแล้วสาเหตุเพราะผู้ติดเชื้อลดลงพล.อ.สมศักดิ์ ย้ำว่าเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่ได้ประกาศให้ส่วนราชการต่างๆรวมทั้งภาคเอกชนยังคงปฏิบัติในเรื่องการทำงานที่บ้านต่อไปจึงขอเชิญชวนให้ภาคเอกชนยังคงทำในลักษณะนี้ต่อไป

ขณะที่การผ่อนปรนในมาตรการต่างๆ จะส่งผลให้มีคนทะลักเข้ามาทางด่านต่างๆตามแนวใช้แดนมากขึ้นทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวจะมีมาตรการจำกัดปริมาณคนอย่างไร เลขา สมช.กล่าวว่า เรื่องคนไทยกลับประเทศนั้นเป็นนโยบายของรัฐบาลที่อำนวยความสะดวกให้กับคนไทยกลับประเทศให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นช่องทางอากาศหรือทางบก แต่จำเป็นจะต้องทำให้สอดคล้องกลับขีดความสามารถทั้งในเรื่องของ State Quarantine และ Local ก็ต้องมีการบริหารจัดการ

ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเรายินดีที่ต้อนรับคนไทยและอำนวยความสะดวกในการจับเข้ามาตามขีดความสามารถที่มี กรณีของแรงงานต่างด้าว เช่นฝั่งมาเลเซีย ปัจจุบันก็มีการทะลักเข้ามาซึ่งเราพยายามอำนวยความสะดวกแต่ก็จำกัดจำนวนให้อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ วันล่ะ 350 -400 คน แต่เชื่อว่าในระยะยาวสถานการณ์ในประเทศดีขึ้นและทางมาเลเซียเองก็ดีขึ้นเรื่องการทะลักเข้ามาก็น่าจะน้อยลง

กรณีของแรงงานต่างด้าวที่จะเดินทางกลับเข้ามาเราก็จะมีมาตรการเช่นเดียวกันโดยเมื่อเข้าสู่ใช้แดนจังหวัดไหนจังหวัดนั้นก็จะต้องกักตัว 14 วันตามมาตรฐานปกติ โดยโควต้าทางบกเราอนุญาตให้เข้ามาวันล่ะ 350-400 คน โควต้าทางอากาศ วันละ 200 คน การจะเพิ่มหรือลดขึ้นอยู่กับความสามารถในการกักตัว 14 วัน ถ้าสถานที่กักกันตัวเรามีมากขึ้นก็ยินดีที่จะให้โควต้าเพิ่มขึ้น

กลับขึ้นด้านบน