พรรคก้าวไกลชี้ปม 4 พ.ร.ก. “ล่าช้า-ไม่ทั่วถึง-ไม่รัดกุม-ไม่โปร่งใส”

พรรคก้าวไกลชี้ปม 4 พ.ร.ก. “ล่าช้า-ไม่ทั่วถึง-ไม่รัดกุม-ไม่โปร่งใส”

พรรคก้าวไกลชี้ปม 4 พ.ร.ก. “ล่าช้า-ไม่ทั่วถึง-ไม่รัดกุม-ไม่โปร่งใส”

รูปข่าว : พรรคก้าวไกลชี้ปม 4 พ.ร.ก. “ล่าช้า-ไม่ทั่วถึง-ไม่รัดกุม-ไม่โปร่งใส”

พรรคก้าวไกลตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้อภิปราย 4 พ.ร.ก.กู้เงินรับมือ COVID-19 พร้อมอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งข้อสังเกต “ล่าช้า-ไม่ทั่วถึง-ไม่รัดกุม-ไม่โปร่งใส”

วันนี้ (15พ.ค.2563) นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า พรรคจะตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้ที่จะอภิปราย พ.ร.ก. 4 ฉบับที่อาจจะเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 27-29 พ.ค.นี้ เนื่องจากมี ส.ส.ของพรรคมากกว่าครึ่งแสดงเจตจำนงในการอภิปราย แต่ด้วยกรอบเวลาที่ยังไม่ชัดเจน และการวางบุคคลอภิปรายของฝ่ายค้าน จึงจะต้องคัดเลือกบุคคลของพรรคทำหน้าที่อภิปราย เพื่อการอภิปรายที่มีคุณภาพตามเวลาที่จำกัด

ยังคงเน้นดาวสภาในการอภิปรายของพรรค เช่นนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล เป็นต้น และครั้งนี้จะเป็นการอภิปรายครั้งแรกของ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะเป็นอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ยืนยันจะอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเป้าหมายให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

โดยไฮไลท์สำคัญของการอภิปราย พรรคก้าวไกลตั้งประเด็นข้อสังเกตต่อการใช้งบประมาณตามพระราชกำหนดไว้ 4 หัวข้อ คือ “ล่าช้า-ไม่ทั่วถึง-ไม่รัดกุม-ไม่โปร่งใส” พร้อมขยายความไว้ว่า ที่ผ่านมาการบริหารจัดการของรัฐบาลในการรับมือกับวิกฤต COVID-19 ยังล่าช้าไม่ทันต่อปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน และยังช้าไปอีก กรณีการไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2563 เพื่อนำเม็ดเงินมาใช้รับมือด้วยการเกลี่ยงบประมาณก่อนการกู้เงิน

ส่วนไม่ทั่วถึงนั้น ยกตัวอย่างมาตรการช่วยเอสเอ็มอียังตกหล่นไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงิน ด้วยเพราะการกำหนดเงื่อนไขผู้ที่สามารถเข้าถึงสิทธิต้องเป็นลูกหนี้ของธนาคาร ขณะที่ข้อสังเกตไม่รัดกุมได้ชี้ถึงการกันงบประมาณด้านสาธารณสุข 45,000 ล้านบาท กู้เงินยาวถึงเดือน ก.ย.ปี 2564 ซึ่งในตอนนั้นอาจมีวัคซีนออกมาแล้ว รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมดำเนินการให้แก่ประชาชนได้รับวัคซีนฟรี

และสุดท้ายไม่โปร่งใส สะท้อนว่า พ.ร.ก.กู้เงินรับมือ COVID-19 นี้ต่างจากอดีต เพราะไม่มีการกำหนดให้มีกรอบการใช้งบประมาณก่อนนำงบประมาณออกไปใช้ นี่จึงเป็นเหตุจำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการขึ้นมาติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณ

นายพิจารณ์กล่าวว่า เพราะการกู้เงินครั้งนี้ เป็นวงเงินมากมายมหาศาลเป็นประวัติการณ์ อย่างโครงการเงินเยียวยา 5,000 บาทที่ยังมีปัญหา รวมถึงกรณีปัญหาการจัดการหน้ากากอนามัย ในช่วงแพร่ระบาดช่วงแรก ซึ่งหากตั้งกรรมาธิการวิสามัญได้นั้น พรรคก้าวไกลวางกลไกการติดตามตรวจสอบเอาไว้แล้ว โดยผ่านดิจิทัลแพลทฟอร์ม

นอกจากนี้นายพิจารณ์ ยังระบุถึงงบประมาณตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านที่รัฐบาลจัดกัดไว้ 400,000 ล้านบาท สำหรับแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่พรรคก้าวไกลเรียกว่า ”เช็คเปล่า” เพราะแนวทางการดำเนินการยังไม่ชัดเจน แต่พรรคก้าวไกลยืนยันจะมีข้อเสนอแนะต่อการใช้เงินก้อนนี้ในการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมยอมรับว่า กังวลว่างบฯ ก้อนนี้ อาจกลายเป็นเบี้ยหัวแตก หรือใช้งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ พ.ร.ก.ทั้ง 4 ฉบับ ประกอบด้วยพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 , พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ,พระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 และพระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563

กลับขึ้นด้านบน