"ศรีสุวรรณ" ยื่นสอบรื้ออาคารเก่าบอมเบย์เบอร์มา "ขาย" พ่อค้าไม้

"ศรีสุวรรณ" ยื่นสอบรื้ออาคารเก่าบอมเบย์เบอร์มา "ขาย" พ่อค้าไม้

"ศรีสุวรรณ" ยื่นสอบรื้ออาคารเก่าบอมเบย์เบอร์มา "ขาย" พ่อค้าไม้

รูปข่าว : "ศรีสุวรรณ" ยื่นสอบรื้ออาคารเก่าบอมเบย์เบอร์มา "ขาย" พ่อค้าไม้

"ศรีสุวรรณ" เปิดขบวนการขายไม้เก่าอาคารบอมเบย์เบอร์มา อายุ 127 ปี จ.แพร่ หลังถูกรื้อทุบทำลายโดยอ้างว่าจะปรับปรุงใหม่ใช้งบ 4.56 ล้านบาท ระบุมีข้อมูลจากกอ.รมน.มีคนนำไว้เก่าขายกลุ่มพ่อค้าไม้ แต่หลังเป็นข่าวเจรจาขอคืนไม้ แต่ถูกปฎิเสธเพราะคืนไม้ไม่คืนเงิน

วันนี้ (19 มิ.ย.2563) นายศรีสุวรรณ จรรยา สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Srisuwan Janya ว่า กรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนเกี่ยวกับการรื้อทุบทำลายอาคารบอมเบย์เบอร์มา อายุ 127 ปี ซึ่งถือว่าเป็นอาคารประวัติศาสตร์ทางด้านการทำไม้ในประเทศไทย ตั้งอยู่ในสวนรุกขชาติเชตวัน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) โดยอ้างว่าเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมให้ดีขึ้น ภายใต้งบพัฒนาจังหวัดแพร่โดยใช้งบประมาณ 4,560,000 บาท

การรื้อปรับปรุงซ่อมแซมอาคารดังกล่าวเป็นที่แปลกใจของชาวแพร่ และประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมากว่า ไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ ที่จะต้องมีการทำทะเบียนไม้หรือทำโค้ดไม้แต่ละชิ้นที่ถอดออกมา เพื่อนำมาฟื้นฟูปรับปรุงซ่อมแซม เพื่อนำกลับไปสร้างใหม่ให้เหมือนเดิม โดยใช้ไม้เดิมๆ จึงจะถือว่าเป็นการอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของอาคารดังกล่าวให้ยั่งยืนต่อไปได้

วิธีการดังกล่าวตรงกันข้ามกับคำให้สัมภาษณ์ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่อ้างว่าได้รับรายงานจากนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่ชี้แจงว่าเป็นการซ่อมแซมอาคารแต่ของบประมาณจังหวัด ส่วนการรื้ออาคารซึ่งเป็นไม้ทั้งหลัง ไม่ได้เอาไม้ไปไหน ไม้ทุกแผ่นยังกองอยู่ที่เดิม ส่วนสาเหตุที่ต้องรื้อไม้ลงมา เพราะฐานรากคอนกรีตของอาคารเสื่อมสภาพ การจะซ่อมแซมได้ต้องทุบทิ้งแล้วทำฐานใหม่ เมื่อทำฐานเสร็จก็จะนำไม้ที่รื้อออกมาประกอบเป็นตัวอาคาร

อ่านข่าวเพิ่ม กรมศิลปากร เร่งฟื้นฟูโบราณสถาน "อาคารบอมเบย์เบอร์มา"

ขายไม้เก่าให้พ่อค้าไม้ จ.แพร่

ล่าสุด สมาคมฯ ได้รับข้อมูลที่ผิดปกติเกี่ยวกับการรื้อทุบทำลายอาคารดังกล่าวจากสายข่าว กอ.รมน. แจ้งว่า มีการเจรจาซื้อขายไม้เก่าชั้นดีบางส่วนที่รื้ออกมาจากอาคารบอมเบย์เบอร์มาออกขายไปแล้ว โดยพ่อค้าไม้เฮือนเก่า จากบ้านปงท่าข้าม อ.สูงเม่น จ.แพร่

โดยมีความพยายามขนย้ายไม้เก่าออกจากพื้นที่ในเวลากลางคืน เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ. ใน จ.แพร่ ต้องประสานเพื่อดักจับกุม หากมีการลักลอบขนย้ายกันจริง แต่พอเรื่องดังกล่าวเป็นข่าวดังขึ้นมามีการเจรจาขอไม้บางส่วนคืน แต่ถูกปฏิเสธเพราะ “คืนไม้ไม่คืนเงิน”

 

กรณีดังกล่าวถ้าเป็นไปตามการแจ้งของสายข่าว กอ.รมน.ย่อมชี้ให้เห็นว่า การรื้อทำลายอาคารบอมเบย์ มีเจตนาที่จะไม่เอาไม้เก่ามาประกอบเป็นอาคารเหมือนเดิม หากแต่จะเอาไม้ไม่ทั้งหมดมาดำเนินการ ซึ่งผิดหลักการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารอนุรักษ์โดยสิ้นเชิง และสิ่งที่รัฐมนตรีพูดจะถือว่าเป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือไม่

โดยวันนี้ เวลา 10.00 น.ทางสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมร้องเรียนกล่าวโทษหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดๆในตําแหน่งหรือหน้าที่ หรือกระทําการอันเป็นความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาหรือตามกฎหมายอื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อมิให้เป็นแบบอย่างที่ไม่สมควรของการปฏิบัติหน้าที่ราชการในทุกกระทรวง ทบวง กรมต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขอโทษคนแพร่! กรมอุทยานฯ ชี้ "รื้อเพื่อซ่อม"อาคารบอมเบย์เบอร์ม

ผู้ว่าฯ แพร่ สั่งตั้ง คกก.สอบข้อเท็จจริงรื้อเรือนไม้ 127 ปี

 

 

กลับขึ้นด้านบน