นายกฯ เปิดมอเตอร์เวย์ "พัทยา-มาบตาพุด"

นายกฯ เปิดมอเตอร์เวย์ "พัทยา-มาบตาพุด"

นายกฯ เปิดมอเตอร์เวย์ "พัทยา-มาบตาพุด"

รูปข่าว : นายกฯ เปิดมอเตอร์เวย์ "พัทยา-มาบตาพุด"

นายกฯ กดปุ่มเปิดด่านมอเตอร์เวย์ พัทยา-มาบตาพุด เสริมศักยภาพขยายการค้า การลงทุน กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของอาเซียน

วันนี้ (24 ส.ค.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการเป็นประธานในพิธีเปิดทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ส่วนต่อขยายช่วงพัทยา-มาบตาพุด ว่า ขอให้ทุกคนคิดไปข้างหน้าเพราะถนนเส้นนี้กว่าจะก่อสร้างเสร็จ สร้างมาตั้งแต่ปี 2559 แม้ว่าการก่อสร้างจะใช้เวลาไม่นานแต่ก็ถือว่าจำเป็นที่จะต้องขยายเส้นทาง ไปเรื่อย ๆ โดยจะต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อเชื่อมต่อระหว่างเมืองเชื่อมต่อถนนและเชื่อมต่อทุกระบบ

EEC จำเป็นที่จะต้องมีเส้นทางเชื่อมต่อให้ครบวงจร ยืนยันว่าการก่อสร้างไม่ใช่เพื่อคนรวยนักธุรกิจคนก่อสร้างแต่เพื่อทุกคนเพราะจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร

 

หลังจากนี้แผนแม่บทอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแต่ก็ต้องทำเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยหลังจากนี้จะเน้นการเชื่อมต่อเส้นทางการจราจรใหม่ในทุกภาค เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงต่อกัน ทุกระบบซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของรัฐบาลพร้อมขอขอบคุณประชาชนที่เสียสละที่ดินซึ่งการทำงานทุกฝ่ายต้องช่วยเหลือกัน ขณะที่การออก พ.ร.บ.เวนคืนการจ่ายค่าเยียวยาขึ้นอยู่กับความยากง่ายถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ก็ไม่สามารถทำได้และต้องไม่ให้ใครมาใช้เป็นความขัดแย้งในประเทศ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลต้องการสื่อสารว่าทุกฝ่ายจะร่วมมืออย่างไร เพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้นไม่ใช่เพียงแต่การเรียกร้องเงินเยียวยาเพราะถือว่าขณะนี้เศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ในทั่วโลก

 

ขณะเดียวกันวันนี้ในช่วงเช้านายกรัฐมนตรียังกล่าวว่าได้หารือกับกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อหาทางผลักดันเรื่องการรับซื้อสินค้าการเกษตรจากไทยและอาเซียน พร้อมระบุ นี่คือแผ่นดินที่เหยียบย่ำแผ่นดินเกิด​ ถ้าไม่ทำใครจะทำให้ใครและใครจะรักจะเกลียดไม่สำคัญ และทุกอย่างไม่ได้ดีด้วยคำพูดในวันเดียวทุกคนต้องช่วยกันคิดกันทำ

โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 เป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเส้นทางแรก ที่เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2537 มีขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทาง 125 กิโลเมตร รองรับการคมนาคมขนส่งระหว่างกรุงเทพมหานครและภาคตะวันออกของประเทศไทย ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคตะวันออก และเชื่อมโยงการเดินทางและขนส่งสินค้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ สามารถเดินทางเข้าถึงแหล่งนิคมอุตสาหกรรม เช่น นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ เป็นต้น ทำให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจไปยังภูมิภาคทั่วประเทศ

 

สำหรับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ส่วนต่อขยายช่วงพัทยา-มาบตาพุด เป็นเส้นทางคมนาคมใหม่ที่จะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่ของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EEC อีกทั้งยังเป็นโครงการที่เชื่อมต่อโครงข่ายการคมนาคมขนส่งในทุกระบบ ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางรางมีลักษณะเป็นทางหลวงพิเศษที่มีการควบคุมการเข้า-ออกอย่างสมบูรณ์ ขนาด 4-6 ช่องจราจรระยะทาง 32 กิโลเมตร เชื่อมต่อทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ช่วงชลบุรี-พัทยา บริเวณทางแยกต่างระดับมาบประชัน มีด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทาง 3 แห่ง ได้แก่ ด่านฯ ห้วยใหญ่ เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท บริเวณบ้าน อ.เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี, ด่านฯ เขาชีโอน เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 331 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และด่านฯ อู่ตะเภา เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท บริเวณ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง

 

โครงการนี้มีระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ทั้งระบบเงินสดและระบบอัตโนมัติ พร้อมทั้งมีระบบควบคุมการจราจรและระบบอำนวยความปลอดภัยต่าง ๆ ให้บริการผู้ใช้เส้นทางให้เดินทางด้วยความสะดวกสบาย ประหยัด และปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และในอนาคตรองรับการใช้งานระบบ กล้องสแกนทะเบียนรถ ขึ้นก่อน-จ่ายทีหลัง หรือ M-FLOW เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านเก็บเงินอีกด้วย

 

มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา สร้างคืบ

ด้านนายศักดิ์สยาม​ ชิดชอบ​ รมว.คมนาคม​ เปิดเผยถึงโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายเชื่อมต่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาว่า​ เส้นทางนี้จะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568 ซึ่งจะทันกับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก​ โดยใช้วงเงินลงทุนโครงการ 4,200 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 3,940 ล้านบาท และค่าเวนคืนที่ดิน 260 ล้านบาท​

งบประมาณส่วนนี้เป็นวงเงินกองทุนมอเตอร์เวย์ในการศึกษา​ ส่วนวงเงินในการก่อสร้างจะใช้งบประมาณจากอีอีซีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี

 

ส่วนนโยบายการยกเลิกไม้กั้นเพื่อไม่ให้เกิดการชะลอตัวของการจราจรบนทางด่วน​ ในช่วงเวลาที่ต้องจ่ายค่าผ่านทาง ขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วในเส้นทาง มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 โดยได้สั่งการลงไปว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายในเดือน ม.ค. ปีหน้าแต่ ทั้งนี้ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแล้วเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชนในปีหน้า

 

รอป่าไม้ไฟเขียวใช้พื้นที่ผ่านป่า

รมว.คมนาคม ยังกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา เส้นทางบางช่วงบางตอนต้องรื้อปรับแก้ใหม่ เนื่องจากรุกล้ำอยู่ในเขตป่าสงวนส่งผลให้การเปิดใช้เส้นทางต้องล่าช้าออกไป​ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเนื่องจากขณะนี้การก่อสร้างมีความคืบหน้าคาดจะสามารถเปิดดำเนินการให้ทันได้ภายในปี 2566

ส่วนโครงการร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว โดยกำชับให้กรมทางหลวงดูแลเรื่องของการขยายระยะเวลาออกไปเพื่อไม่ให้เกิดค่าโง่

 

 

สำหรับจุดก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา ช่วงตัดผ่าน ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งผ่านเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ทำให้การก่อสร้างล่าช้า

นายพรชัย ศิลารมย์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2 ระบุว่ามีการปรับแบบการก่อสร้างมอเตอร์เวย์จริง เพราะติดปัญหาบางช่วงผ่านแนวเขตป่าสงวนฯ ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปที่กรมป่าไม้แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า

ความคืบหน้าการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายนครราชสีมา-บางปะอิน ระยะทาง 196 กิโลเมตร แล้วเสร็จกว่าร้อยละ 70

นายสราวุธ​ ทรงศิวิไล​ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า ที่ผ่านมาเส้นทางมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา​ ตลอดการก่อสร้างกว่า 3 ปี ไม่ได้มีปัญหาเรื่อง การรุกป่าสงวนฯ และไม่มีปัญหาเรื่องที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน และยังยืนยันจะเปิดให้ดำเนินการภายในปี 2566

ด้านนายลออง ศาลา กลุ่มคนรักษ์ปากช่อง บอกว่าที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่เคยออกมาคัดค้านการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ เนื่องจากบางช่วงต้องตัดผ่านพื้นที่อุทยานและป่าสงวนฯ รวมถึงการถมเส้นทางน้ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศในชุมชน แต่ภาครัฐไม่รับฟังและเร่งรีบทำโครงการจนกระทั่งเกิดปัญหาขึ้น

ถือเป็นบทเรียนให้กับภาครัฐที่ควรทบทวนการดำเนินการโครงการของรัฐที่ต้องฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเพราะทำให้เสียเวลาและต้องสูญเสียงบประมาณของรัฐเพิ่ม

 

กลับขึ้นด้านบน