ไฟป่าในสหรัฐฯ ทำคุณภาพอากาศเลวร้าย

ไฟป่าในสหรัฐฯ ทำคุณภาพอากาศเลวร้าย

ไฟป่าในสหรัฐฯ ทำคุณภาพอากาศเลวร้าย

รูปข่าว : ไฟป่าในสหรัฐฯ ทำคุณภาพอากาศเลวร้าย

ควันจากไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐโอเรกอน ทำหลายเมืองใหญ่ในพื้นที่แถบชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกต้องเผชิญปัญหาคุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในโลก

วันนี้ (12 ก.ย.2563) ควันจากไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐโอเรกอนเข้าปกคลุมเมืองซานฟรานซิสโก เมืองซีแอตเทิลและเมืองพอร์ตแลนด์ ทำให้เมืองเหล่านี้เผชิญปัญหาคุณภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุดในโลก

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่นต้องเตือนให้ประชาชนอยู่ในบ้าน ปิดประตูหน้าต่าง เปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อหมุนเวียนอากาศ หรือบ้านใดมีเครื่องฟอกอากาศก็ให้เปิดใช้

 

นอกจากนี้กำลังพิจรณาว่าจะเปิดศูนย์หลบควันสำหรับคนไร้บ้าน หรือคนที่ไม่สามารถเข้าถึงอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางการระบาดของ COVID-19 หรือไม่ คาดว่าควันไฟป่าจะปกคลุมตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้

ผู้เชี่ยวชาญของสมาคมโรคปอดอเมริกา เตือนว่ามลพิษจากไฟป่าจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีความเสี่ยงต่อเชื้อไวรัส เช่นไวรัสไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 โดยมลพิษในอากาศ ซึ่งเป็นอนุภาคเล็ก ๆ จะทำให้ความต้านทานของปอดอ่อนแอลง

 

ล่าสุดสถานการณ์ไฟในสหรัฐฯ ยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะในรัฐโอเรกอน ยังมีไฟไหม้รุนแรง 2 จุดใหญ่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวนมากเร่งหาทางควบคุมไฟที่กำลังลุกลามเข้าใกล้พื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด

ขณะที่นางเคท บราวน์ ผู้ว่าการรัฐโอเรกอน เปิดเผยว่า ประชาชนกว่า 40,000 คน ต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงไปอยู่ในที่ปลอดภัย และอีก 500,000 คน ต้องเตรียมพร้อมอพยพ

ด้านหน่วยงานฉุกเฉินของรัฐเตรียมรับมือความสูญเสียครั้งใหญ่จากวิกฤตไฟป่า ซึ่งเผาทำลายบ้านรวมถึงสิ่งปลูกสร้างไปแล้วหลายพันหลัง มีผู้เสียชีวิต 24 คน และสูญหายหลายคน

 

 

กลับขึ้นด้านบน