THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน

THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน

THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน

รูปข่าว : THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน

ไทยพีบีเอสพบข้อมูล "สวนป่าบางขนุน" ใน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กำลังถูกบุกรุกเปลี่ยนมือ จากเดิมวิทยาลัยเทคนิคถลาง ดูแลใช้ประโยชน์มา 25 ปี แต่กลับมีนายทุนอ้างกรรมสิทธิ์จากเอกสารครอบครองพื้นที่ป่า ดีเอสไอตรวจพบอาจเป็นผืนป่าของรัฐที่สมบูรณ์ผืนสุดท้ายในภูเก็ต

รั้วลวดหนาม เพิ่งจะถูกขึงให้เห็นเป็นแนวเขตกรรมสิทธิ์ เมื่อเดือน เม.ย.ปีนี้ ทอดยาวตั้งแต่ยอดเขาไปจนตลอดแนวป่าบางขนุน ครอบคลุมอาณาเขตกว่า 140 ไร่ เพื่อยืนยันต่อผู้ที่จะผ่านเส้นทางนี้ว่า เป็นแนวเขตที่มีกรรมสิทธิ์เจ้าของ และผู้ที่ดูแลกรรมสิทธิ์ที่ดินตลอดระยะเวลา 25 ปี คือ วิทยาลัยเทคนิคถลาง แต่ถึงจะมีรั้วลวดหนามที่แหลมคม ก็ไม่อาจต้านทานการเข้ามาบุกรุกของบุคคลปริศนา ที่พยายามตัดรั้ว และข้ามเข้ามาในแนวเขตของวิทยาลัย

 


ร่องรอยของล้อจักรยานยนต์ ที่ขี่ซ้ำไปซ้ำมา เข้าออกบริเวณรั้วลวดหนาม สันนิษฐานว่าเป็นรอยใหม่ ที่เพิ่งจะขี่ไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง ก่อนทีม THE EXIT เข้าไปบันทึกภาพ ไม่มีใครรู้ว่าบุคคลปริศนาต้องการเข้ามาในพื้นที่ด้วยเหตุผลใด แต่จากการสำรวจ กลับพบการเข้ามาปลูกต้นยางพารา ต้นสะตอ คล้ายเป็นการเข้าครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อน  

 


เอกสารจากกรมป่าไม้ ส่งตรงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 พ.ย.2538 ในเอกสาร ระบุข้อความการพิจารณาพื้นที่ ให้กรมอาชีวศึกษา เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน เพื่อจัดตั้งวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต แห่งที่ 2 เนื้อที่ 142 ไร่ 1 งาน 17 ตารางวา มีกำหนดใช้ 30 ปี เป็นหลักฐานยืนยัน ว่า วิทยาลัยเทคนิคถลาง เป็นผู้ครอบครอง พื้นที่สวนป่าแห่งนี้ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข 11 ข้อ


ตัวแทนของวิทยาลัยยอมรับว่า 25 ปีที่ผ่านมา ปฏิบัติตามกฏและเงื่อนไข อย่างเคร่งครัด แต่เงื่อนไขข้อ 4 และ ข้อ 7 คือ การจัดทำหลักเขตทุกด้านอย่างชัดเจน และ สอดส่องตรวจตราระวังไม่ให้มีผู้เข้ามาบุกรุกในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตนั้น ถูกละเลยเพิกเฉยมาเป็นเวลานาน เพราะไม่ได้รับงบประมาณ แต่เพิ่งจะนำงบประมาณกว่า 8 แสนบาท เข้ามาล้อมรั้วแสดงแนวเขตเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้


กาญจนา ตัณทราวัฒน์พันธ์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคถลาง ยอมรับว่า วิทยาลัยไม่มีงบประมาณการทำแนวเขตรั้ว และเคยพยายามเดินสำรวจพื้นที่กว่า 142 ไร่ ในป่า บางครั้งได้ยินเสียงปืน คาดว่า เป็นการข่มขู่ของบุคคลปริศนาที่ซ่อนตัวอยู่ ขณะนี้ ได้สร้างรั้วแนวเขตที่ชัดเจน แต่กลับถูกคัดค้านโดยชาวบ้าน ที่อ้างตัวว่ามีเอกสารสิทธิ์ ทป. 4 ทับซ้อน และคาบเกี่ยวกับเขตวิทยาลัย

ที่เจอคือ การบุกรุกมีทั้งการปักรั้วเข้ามาในเขตพื้นที่ รวมถึงการปลูกพืชทั้งได้รับผลแล้ว และปลูกใหม่ โดยวิทยาลัยพยายามขอใช้พื้นที่นี้ เพื่อจัดการศึกษาและขอให้เป็นสถานที่ราชการที่คนทั่วไปไม่ควรเข้ามา ยกเว้นได้รับอนุญาต


ใบ ทป.4 หรือ แบบบันทึกการใช้ที่ดินของบุคคลในพื้นที่ป่าไม้ ของชาวบ้านรายหนึ่ง นำมาอ้างสิทธิ์การเข้าทำกินในพื้นที่สวนป่าบางขนุน ปี 2518 กว่า 8 ไร่ ซึ่งเนื้อที่ 3 ไร่ ทับซ้อนกับเขตของวิทยาลัย ท้ายแบบบันทึกมีรายนามของสมาชิกสภาจังหวัด และเจ้าหน้าที่จากป่าไม้ 5 แต่กลับไม่มีลายเซนต์รับรองของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเป็นเพราะเหตุใด หรือ ทป.4 นี้ ถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ นำไปสู่การตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ พบการได้มาซึ่ง แบบ ทป.4 อาจไม่ถูกต้อง และไม่สามารถใช้อ้างสิทธิ์ได้


เจตนา เหมมุน ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมและการข่าว ระบุว่า มีการอ้างว่า ยังไม่เป็นไปตามระเบียบของกรมป่าไม้ เนื่องจากอธิบดีกรมป่าไม้ยังไม่มีข้อสั่งการไป ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ต้องไปดูในชั้นสืบสวนต่อไป 

เกาะภูเก็ต มีพื้นที่ประมาณ 540 ตารางกิโลเมตร ในอดีตพื้นที่ส่วนใหญ่ของภูเก็ต เคยมีสภาพเป็นป่า และบางส่วนเป็นป่าสงวน รวมทั้งอุทยานแห่งชาติแต่กระแสการท่องเที่ยว และการเติบโตของเมืองทำให้เกาะภูเก็ต เปลี่ยนแปลงจากป่ากลายเป็นเมือง และกำลังเติบโตด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อตอบสนองเมืองแห่งการท่องเที่ยว


ผืนป่าบางขนุน เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ในอำเภอถลาง ห่างจากเมืองภูเก็ต ประมาณ 30 กิโลเมตร และยังเคยเป็นพื้นที่ด้านการเกษตร ปลูกยางพารา และผลไม้เศรษฐกิจ ทั้งนี้ ป่าบางขนุน อาจเป็นผืนป่าสงวนแห่งสุดท้าย ที่เหลืออยู่ ท่ามกลางการบุกรุก ของนายทุน ที่อาศัยช่องว่างข้อกฏหมายสวมสิทธิ์เข้าครอบครอง

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน