"ประวิตร" สั่งช่วยเหลือแรงงานไทยกลับจากต่างประเทศ

"ประวิตร" สั่งช่วยเหลือแรงงานไทยกลับจากต่างประเทศ

"ประวิตร" สั่งช่วยเหลือแรงงานไทยกลับจากต่างประเทศ

รูปข่าว : "ประวิตร" สั่งช่วยเหลือแรงงานไทยกลับจากต่างประเทศ

"ประวิตร" ห่วงชาวบ้าน ถก กพต. ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ใน จว.ชายแดนใต้ เร่งพัฒนาเศรษฐกิจ ดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน ทุกมิติอย่างยั่งยืน

วันนี้ (25 ก.พ.64) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ครั้งที่ 1/2564 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการช่วยเหลือและพัฒนาแรงงานไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลุ่มที่เดินทางกลับจากต่างประเทศภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณา​ การแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อความยั่งยืน และโครงการแก้ไขปัญหาสุขภาวะและภาวะโภชนาการต่ำของเด็กเล็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การช่วยเหลือและพัฒนาแรงงานไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มที่เดินทางกลับจากต่างประเทศภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นหลักในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้เป็นรูปธรรม อย่างเร่งด่วน ให้ ศอ.บต.ประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงานอย่างใกล้ชิด และรายงานความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

 

ในเรื่องการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเรื่องนี้ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของประชาชนที่ส่วนใหญ่ ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการเป็นการเร่งด่วน

 

ส่วนในการจัดการปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเกิดจากน้ำเช่น น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลากและน้ำแล้ง ขอให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องไปเร่งรัดดำเนินการให้มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม รวมทั้งแก้ไขปัญหาสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะปัญหาสุขอนามัยแม่และเด็กเป็นเรื่องสำคัญและเป็นรากฐานการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพด้วยเช่นกัน ขอให้กระทรวงสาธารณสุข, ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันทำงานให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายและกรอบเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน

กลับขึ้นด้านบน