มติ ป.ป.ท.ให้ออกจากราชการ “ชัยวัฒน์” คดีเผาบ้านบางกลอย

มติ ป.ป.ท.ให้ออกจากราชการ “ชัยวัฒน์” คดีเผาบ้านบางกลอย

มติ ป.ป.ท.ให้ออกจากราชการ “ชัยวัฒน์” คดีเผาบ้านบางกลอย

รูปข่าว : มติ ป.ป.ท.ให้ออกจากราชการ “ชัยวัฒน์” คดีเผาบ้านบางกลอย

คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลความผิด "ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร" ให้ออกจากราชการ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ คดีเผาบ้านปู่คออี้ ส่งต้นสังกัดดำเนินการทางวินัย และส่งอัยการดำเนินคดีอาญา ด้านปลัด ทส.ระบุ ยังไม่เห็นหนังสือ ถ้าได้รับต้องดำเนินการใน 30 วัน

วันนี้ (25 ก.พ.2564) รายงานข่าวจากที่ประชุม คณะกรรมการป้องกันและปรามปราม (ป.ป.ท.) ที่มี นายประสาท พงษ์ศิวาภัย ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ท. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)

หนึ่งในวาระการประชุมของวันนี้คือ การพิจารณาคดี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ รวม 6 คน ได้เข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่นๆ ของนายโคอิ หรือคออี้ มีมิ ชาวกะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดิน และของชาวบ้านอีกหลายราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5-9 พ.ค.2554

ที่ประชุมมีมติชี้มูลความผิด นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 และมีมติให้ออกจากราชการ โดย ป.ป.ท.จะส่งสำนวนให้ต้นสังกัดดำเนินการทางวินัย และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการดำเนินคดีอาญา

มติให้ออก ปมเผาบ้านกะเหรี่ยงบางกลอย

คดีนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 5-9 พ.ค.2554 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวกเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ เข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่น ๆ ของนายโคอิหรือคออี้ มีมิ และของชาวบ้านอีกหลายราย ซึ่งเป็นชาวไทยพื้นเมืองดั้งเดิมเชี้อสายกะเหรี่ยงที่หมู่บ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน เสียหายราว 100 หลัง

นายคออี้ มีมิ ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พร้อมพวกที่วางเพลิงเผาทรัพย์ บ้านเรือนที่พักอาศัย ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน และสำนวนถูกส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)

ต่อมา นายคออี้ และพวก ฟ้องเป็นคดีขึ้นสู่ศาลปกครอง และคดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เป็นคดีหมายเลขดำที่ อส.77/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อส.4/2561 โดยคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว ศาลวินิจฉัยได้ความแล้วว่า

นายชัยวัฒน์ฯ กับพวก เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ ใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่กระทำความผิดในการรื้อถอนเผาทำลายทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างของนายโคอิ หรือคออี้ มีมิ กับพวก ซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 คน

ผิดกฎหมายอาญา มาตรา 157 ด้วย

การกระทำดังกล่าวของนายชัยวัฒน์ กับพวกในทางกฎหมาย อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาต่อไปนี้ ได้แก่ มาตรา 157 ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด (อายุความ 15 ปี)

มาตรา 217 ความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น (อายุความ 10 ปี), มาตรา 218 (1) ความผิดฐานวางเพลิงเผาโรงเรือนที่คนอยู่อาศัย เช่น บ้านเรือน (อายุความ 20 ปี), มาตรา 218 (2) ความผิดฐานวางเพลิงเผาโรงเรือนอันเป็นที่เก็บหรือที่ทำสินค้า เช่น ยุ้งฉาง (อายุความ 20 ปี) และ มาตรา 358 ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ คือทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพยของผู้อื่น (อายุความ 10 ปี)

ทส.ยังไม่ได้รับแจ้งมติจาก ป.ป.ท.

ด้าน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงเรื่องเดียวกัน ว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว แต่หาก ป.ป.ท.ส่งหนังสือมาแล้วชี้ชัดว่า ให้ออกจากราชการ ทางทส.จะต้องดำเนินการภายใน 30 วัน ซึ่งกรณีการดำเนินคดีกับข้าราชการระดับ 9 จะเป็นอำนาจของปลัดทส.

ตอนนี้ยังไม่เห็นหนังสือจากป.ป.ท.และไม่ทราบเรื่องมาก่อน ขอให้หนังสือมาถึงทส.ก่อน และยืนยันว่าถ้าผิดจริง ไม่สามารถขัดมติ และอุ้มใครได้แน่นอน มติ ป.ป.ช.และมติ ป.ป.ท.ต้องดำเนินการทันทีภายใน 30 วัน แต่ผู้ที่ถูกกชี้มูล สามารถไปร้องแย้งด้วยตัวเอง

นายจตุพรกล่าวว่า กรณีข้าราชการทส.เคยถูกชี้มูล และมติให้ออกราชการ เคยเกิดขึ้นมาแล้วจากกรณีของ นายวิทยา หงษ์เวียงจันทร์ อดีตหัวหน้าอุทยานสิมิลัน จ.พังงา เป็นจำเลยฐานทุจริตและประพฤติมิชอบในการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน โดยพิพากษาให้จำคุก 6 ปี

กลับขึ้นด้านบน