มิติทางอาเซียน-ทหารไทยต่อวิกฤตการณ์ในเมียนมา

มิติทางอาเซียน-ทหารไทยต่อวิกฤตการณ์ในเมียนมา

มิติทางอาเซียน-ทหารไทยต่อวิกฤตการณ์ในเมียนมา

รูปข่าว : มิติทางอาเซียน-ทหารไทยต่อวิกฤตการณ์ในเมียนมา

"นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ม.รังสิต" ชี้ มิติอาเซียนจะมีบทบาทช่วยประคับประคองสถานการณ์ในเมียนมา-ทบ.สั่งหน่วยทหารชายแดนเตรียมให้พร้อมในภารกิจนอกเหนือการสู้รบ

แนวโน้มเหตุรุนแรงในเมียนมา ยังเป็นข้อกังวลให้รัฐบาลและกองทัพ เป็นที่มาให้ผู้บัญชาการทหารบก สั่งพื้นที่แรกรับและคัดแยกชาวเมียนที่อาจจะหนีเหตุรุนแรงเข้ามาในจังหวัดที่อยู่ติดกับชายแดน แต่ในมิติความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างประเทศก็ยังคงต้องเดินหน้า

 

โดยเฉพาะการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียน ครั้งที่ 18 ที่พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ร่วมประชุมกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียน รวมทั้ง พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา และประธานสภาบริหารรัฐ ที่ปรากฎตัวผ่านระบบประชุมทางไกลมาจากเมียนมา

 

สาระสำคัญของการประชุมมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค การป้องกันโควิด-19 และเตรียมพร้อมเผชิญภัยคุกคามรูปแบบใหม่ รวมถึงย้ำความจำเป็นของการฝึกและแลกเปลี่ยนข่าวสาร ทั้งภายในและนอกอาเซียน

ตามรายงานจากที่ประชุมพล.อ.มิน อ่อง หล่าย ไม่ได้พูดถึงสถานการณ์การเมืองและการประท้วงของกลุ่มต่อต้านรัฐประหารในเมียนมา แต่ก็ส่งสัญญาณให้เห็นว่า

พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ให้ความสำคัญกับเวทีความร่วมมือทางทหารในอาเซียน เพราะนับเป็นการแสดงบทบาทในเวทีระหว่างประเทศครั้งแรกในรอบเกือบ 2 เดือน หลังพล.อ.มิน อ่อง หล่าย ก่อรัฐประหาร

 

สอดคล้องกับ ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า แม้เมียนมาจะถูกนานาชาติกดดัน แต่อาเซียนจะเป็นช่องทางที่เมียนมาเหลืออยู่ในการช่วยประคับประคองสถานการณ์ในเมียนมา

 

หากมองมาที่กองทัพไทย แม้เมียนมาจะเป็นมิตรประเทศที่ดี และพล.อ.มิน อ่อง หล่าย มีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น กับอดีตผู้นำทางทหารของไทยหลายยุคหลายสมัย

โดยเฉพาะในช่วง 10 ปี พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ขึ้นมามีบทบาททางการเมือง-การทหารในเมียนมา แต่ด้วยสถานการณ์ในเมียนมาขณะนี้มีสัญญาณการใช้อาวุธและความรุนแรงตอบโต้กัน

 

ทำให้กองทัพยังต้องเตรียมพร้อมทั้งในมิติของการเตรียมกำลังชายแดนและความรู้ความชำนาญในการปฏิบัติการทางทหารที่นอกเหนือจากการสู้รบ รวมทั้งปิดช่องว่างการลักลอบจัดหาและขนอาวุธตามแนวชายแดน ด้วยยังคาดเดาไม่ได้ว่าสถานการณ์ในเมียนมาจะยุติลงในเร็ววัน

กลับขึ้นด้านบน