รมว.คมนาคม ยันจำเป็นต้องสร้าง 3 เทอร์มินอล สุวรรณภูมิ

รมว.คมนาคม ยันจำเป็นต้องสร้าง 3 เทอร์มินอล สุวรรณภูมิ

รมว.คมนาคม ยันจำเป็นต้องสร้าง 3 เทอร์มินอล สุวรรณภูมิ

รูปข่าว : รมว.คมนาคม ยันจำเป็นต้องสร้าง 3 เทอร์มินอล สุวรรณภูมิ

รมว.คมนาคม ยืนยันจำเป็นต้องสร้างส่วนต่อขยายรับผู้โดยสาร 3 อาคารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังองค์กรต่อต้านคอรัปชัน ยื่นหนังสือขอให้พัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิตามข้อศึกษาของ ป.ป.ช. และมติเห็นชอบของ ครม.

วันนี้ (1 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย ยื่นหนังสือถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และผู้บริหารบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. โดยระบุว่า เนื่องจากได้แสดงท่าทียืนยันในการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือต่อไป แม้ว่าทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้จัดทำรายงานผลการศึกษาและข้อเสนอแนะคัดค้านการเร่งก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือ หรือหากจำเป็นก็ให้ลงทุนก่อสร้างเป็นลำดับสุดท้าย ซึ่งที่ประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบกับข้อเสนอแนะนี้แล้วเมื่อวันที่ 23 มี.ค.2564

ข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.ในครั้งนี้ เป็นผลจากการศึกษาข้อมูลของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ องค์กรวิชาชีพด้านวิศวกร สถาปนิก และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างกว้างขวางแล้ว ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสมควรต้องเคารพต่อข้อมูลและข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรหลักที่ดูแลเรื่องทุจริตคอร์รัปชันของชาติ

ร้องทบทวนสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสาร

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย ระบุว่า ที่ผ่านมามีบทเรียนจากกรณีทุจริตจำนำข้าวที่อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงหลายราย ต้องถูกดำเนินคดีและชดใช้ความเสียที่เกิดขึ้นกับแผ่นดิน เพราะดำเนินการโดยไม่คำนึงผลเสียต่อประชาชน สังคมและประเทศชาติ สร้างความเสียหายและเสื่อมเสียต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมขอให้ทบทวนท่าทีต่อการตัดสินใจเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่องบประมาณแผ่นดินและคำนึงถึงผลกระทบ

ขณะที่ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ป.ป.ช. มีอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่ประชุมเห็นความจำเป็นว่าประเทศไทยมีปัญหาอาคารผู้โดยสาร (เทอร์มินอล) ซึ่งก่อนเกิดสถานการณ์ COVID-19 ไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้โดยสาร จึงมีมติให้ทำ 3 ส่วนพร้อมกัน ได้แก่ โครงการพัฒนาส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ (North Expansion) วงเงินประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท และโครงการพัฒนาส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 ด้านทิศตะวันตก (West Wings) และตะวันออก (East Wings) วงเงินรวมประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท

ตอนนี้คนตั้งคำถามว่าทำแบบนี้ จะทำให้เกิดอะไรทุจริตหรือไม่ทุจริต ต้องไปดูว่ามาตรฐานการก่อสร้างเป็นอย่างไร มีคนใช้งานหรือไม่ เราต้องไปดูว่าถ้าการประมูลที่เกิดขึ้น ราคาค่าก่อสร้างเป็นราคาที่แพง การประมูลเป็นการล็อคสเปค อาจจะเข้าข่ายแต่วันนี้ยัง แต่ในหลักการคือต้องทำเทอร์มินอล

ยืนยันทำตามกฎหมาย-ตรวจสอบได้

รมว.คมนาคม ยืนยันว่า จะนำความเห็น ป.ป.ช.มาประกอบในการพิจารณาเรื่องนี้ และดูแลให้รอบคอบ โดยต้องให้ช่วยเหลือทุกโครงการ รวมทั้งโครงการในอดีตด้วย ที่ผ่านมามีอะไรไม่ถูกต้องให้มาช่วยกัน ยกตัวอย่างกรณีโฮปเวลล์ ป.ป.ช.ควรช่วยเสนอแนะด้วย

ผมมองไปข้างหน้า ถ้าเรื่องนี้มีการทุจริตก็ผมก็ต้องถูกดำเนินคดี ตั้งแต่ที่เข้ามารับตำแหน่งผมระวังเรื่องนี้ที่สุด โดยดำเนินการตามมติ ครม. ตามกฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล

ส่วนกรณีที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ส่งหนังสือยื่นมาถึงตนเองนั้นขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าพิจารณาทุกอย่างด้วยความรอบคอบ หาก ป.ป.ช.ต้องการเข้ามาดูแลให้รอบด้าน ขอให้ดูทุกโครงการของกระทรวงคมนาคม รวมทั้งโครงการในอดีตด้วย เพราะที่ผ่านมาได้เสนอโครงการต่าง ๆ ให้ ป.ป.ช.เข้าร่วมตรวจสอบ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ

 

กลับขึ้นด้านบน