ภารกิจทหาร-ตำรวจเคลื่อนย้ายผู้ป่วย COVID-19 เน้นระวังตัวสูงสุด

ภารกิจทหาร-ตำรวจเคลื่อนย้ายผู้ป่วย COVID-19 เน้นระวังตัวสูงสุด

ภารกิจทหาร-ตำรวจเคลื่อนย้ายผู้ป่วย COVID-19 เน้นระวังตัวสูงสุด

รูปข่าว : ภารกิจทหาร-ตำรวจเคลื่อนย้ายผู้ป่วย COVID-19 เน้นระวังตัวสูงสุด

ศูนย์สนับสนุนเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อ COVID-19 ของกองทัพไทยที่ช่วยส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษามา 2 สัปดาห์ เกือบ 300 คนแล้ว และยังระดมสรรพกำลังทั้งทหารตำรวจหมุนเวียนร่วมปฏิบัติภารกิจในรูปแบบจิตอาสา

บนความเสี่ยงและความวิตกกังวลต่อสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 แต่สิบตำรวจตรี ไพทูรย์ ดีซวง ตำรวจประจำสถานีตำรวจนครบาลบวรมงคล เขตบางพลัด ยังคงเป็นหนึ่งในตำรวจที่ทำงานในรูปแบบจิตอาสาพร้อมปฏิบัติภารกิจส่งต่อผู้ป่วย COVID-19 ที่รอความหวังอยู่ที่บ้านให้เข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็ว

 

 

สิบตำรวจตรีไพทูรย์ และเพื่อนตำรวจอีกหลายนายจาก สน.ต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับมอบหมายให้หมุนเวียนมาปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ป่วย COVID-19 ที่ศูนย์สนับสนุนเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง หรือ ศปม.ร่วมกับทหาร 3 เหล่าทัพ 

เจ้าหน้าที่ทุกนายถูกเน้นย้ำการปฏิบัติงานให้มีความระมัดระวังสูงสุดทุกครั้งที่ต้องออกไปเคลื่อนย้ายผู้ป่วย COVID-19 โดยต้องโทรศัพท์ประสานกับผู้ป่วยทุก 15 นาทีก่อนรับมาขึ้นรถ และต้องติดต่อโรงพยาบาลปลายทางก่อนถึงที่หมาย 30 นาที และเมื่อกลับมาที่ศูนย์ฯ จะต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

 

ต้องใช้ความระมัดระวังสูงในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย กลับมาต้องฉีดฆ่าเชื้อทำความสะอาด และอุปกรณ์ทุกอย่างต้องทิ้งหมด


ศูนย์สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อ COVID-19 ศปม. ที่กรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 2564 รับส่งผู้ป่วยไปแล้วเกือบ 300 คน และกรมสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยยังได้จัดทำแอปพลิเคชัน "Covid Tracking" เพื่อติดตามสถานะการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

 

 

โดยสีเขียวคือรถเปล่า รอสเเตนบาย สีเหลือง รถรับภารกิจแล้ว กำลังไปหาผู้ป่วย สีแดงรับผู้ป่วยมาเเล้ว และสีชมพูส่งผู้ป่วยถึงปลายทางนำรถไปทำความสะอาดเเล้ว และเมื่อรถกลับมาถึงศูนย์ฯ ต้องทำความสะอาดอีกครั้ง จึงกลับมาเป็นสถานะสีเขียว พร้อมรับผู้ป่วยไปส่งที่หมายอีกครั้ง

 

 

จนถึงขณะนี้ศูนย์สนับสนุนการเคลื่อนย้ายมีรถของหน่วยงานทหาร-ตำรวจร่วมภารกิจกว่า 60 คัน คอยบริการประชาชน บางวันมีจำนวนผู้ป่วย 80-100 เคส ที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อเร่งจำกัดการแพร่ระบาดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามแนวทางของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงระดมทรัพยากรและสรรพกำลังเข้าคลี่คลายสถานการณ์ COVID-19

 

 

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่เดินทางไปติดตามการทำงานของศูนย์สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อ COVID-19 ศปม.ระบุว่า ขอชื่นชมคุณหมอและบุคลากรทางการแพทย์ ที่ทำงานหนักมากและน่าเห็นใจอย่างยิ่งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้กับบุคคลเหล่านี้ รวมถึงทหาร ตำรวจ ที่เสียสละยอมเสี่ยงต่อโรคเข้าไปช่วยเหลือประชาชน

 

ศูนย์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยCOVID-19 ของ ศปม.เป็นภารกิจที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ รมว.กลาโหมกำชับให้ทหารตำรวจเข้าช่วยเหลือประชาชน แบ่งเบาภาระบุคลาการทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอในสถานการณ์วิกฤต และเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุน "ศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์ COVID-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล" ที่พล.อ.ประยุทธ์ นั่งเป็น ผอ.ศูนย์ฯ เร่งคลี่คลายการแพร่ระบาดในพื้นที่เสี่ยงชุมชนแออัด

กลับขึ้นด้านบน