ศบค.ชี้ยอดติดโควิดเพิ่มจากเรือนจำ 2,835 คน

ศบค.ชี้ยอดติดโควิดเพิ่มจากเรือนจำ 2,835 คน

ศบค.ชี้ยอดติดโควิดเพิ่มจากเรือนจำ 2,835 คน

รูปข่าว : ศบค.ชี้ยอดติดโควิดเพิ่มจากเรือนจำ 2,835 คน

ศบค.รายงานไทยมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มขึ้น 4,887 คน ซึ่งมาจากเรือนจำ 2,835 คน เสียชีวิตเพิ่ม 32 คน รวมผู้ป่วยสะสม 93,794 คน เสียชีวิตสะสม 518 คน หายป่วยกลับบ้าน 1,572 คน

วันนี้ (13 พ.ค.2564) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.รายงานสถานการณ์ COVID-19 ประจำวันที่ 13 พ.ค.2564 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,887 คน เสียชีวิตเพิ่ม 32 คน รวมผู้ป่วยสะสม 93,794 คน เสียชีวิตสะสม 518 คน หายป่วยกลับบ้าน 1,572 คน

ซึ่งผู้เสียชีวิต 32 คน มาจากพื้นที่กรุงเทพฯ 17 คน นครราชสีมา 3 คน ปทุมธานี และเชียงใหม่ จังหวัดละ 2 คน ส่วนสุรินทร์ สระบุรี นครปฐม พะเยา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี เพชรบุรี และภูเก็ต จังหวัดละ 1 คน

ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว - ปัจจัยเสี่ยงคล้ายเดิม

อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีโรคประจำตัวใกล้เคียงเดิม คือความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ไตเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคตับ โรคปอดเรื้อรัง อ้วน มะเร็ง

ส่วนปัจจัยเสี่ยงคล้ายเดิม คือมาจากคนในครอบครัวเดียวกัน 15 คน คนอื่นๆ (รวมงาน งานเลี้ยง) 3 คน ไปในสถานที่แออัด (ตลาด งานเลี้ยง) 6 คน มาจากจังหวัดเสี่ยง 5 คน และอาชีพเสี่ยง (ทำงานในตลาด รถไฟ) 2 คน ทั้งนี้ เป็นชาย 26 คน หญิง 6 คน อายุตั้งแต่ 38-93 ปี

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมด 4,887 คน มาจากเรือนจำ 2,835 คน มาจากในระบบบริการ 1,439 คน คัดกรองเชิงรุก 597 คน ต่างประเทศ 16 คน

ลักลอบเข้าไทยตามช่องทางธรรมชาติ 7 คน

สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 16 คน มาจากกัมพูชา 2 คน จากช่องทางธรรมชาติ สหรัฐฯ 1 คน เมียนมา 1 

สำหรับผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 16 คน มาจากกัมพูชา 2 คน จากช่องทางธรรมชาติ สหรัฐฯ 1 คน เมียนมา 1 คน จากช่องทางธรรมชาติ มาเลเซีย 2 คน จากช่องทางธรรมชาติ

อินโดนีเซีย 1 คน อิหร่าน 1 คน ลาว 2 คน จากช่องทางธรรมชาติ และอินเดีย 6 คน ซึ่งพบว่ามาจากช่องทางธรรมชาติ 7 คน

ซึ่งที่ประชุม ศปก.ศบค. หรือ ศบค.ชุดเล็ก มีความกังวลและเน้นย้ำให้ ศปม. ฝ่ายความมั่นคงให้ดูแลตรงนี้ด้วย และขอให้ประชาชนที่อยู่ตามจังหวัดชายแดนช่วยกันเป็นหูเป็นตาแทนเจ้าหน้าที่ที่งานหนักในขณะนี้ด้วย

กทม.และปริมณฑล มีแนวโน้มระบาดคงตัว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อจากกรุงเทพฯ และปริมณฑทล มียอดรวม 1524 คน รวมจังหวัดอื่นๆ ทั้งประเทศเพียง 512 คน เท่ากับ 71 จังหวัด มีผู้ติดเชื้อ 1 ใน 3 ซึ่งต้องมาดูมาตรการรายวันกันขึ้นมา

โดยสรุป กรุงเทพฯ มีแนวโน้มการระบาดคงตัว แนวโน้มไม่ลดลง และยังพบผู้ป่วยอาการหนัก และผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เห็นภาพว่าจะต้องมีโรงพยาบาลบุษราคัม ที่ดูแลสีเหลือง หรือไอซียู ที่ต้องดูแลสีแดง

ส่วนในกรุงเทพฯ ที่มีรายงานความเข้มข้น 11 เขต คือ ดินแดง วัฒนา ลาดพร้าว พระนคร ราชเทวี สวนหลวง ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย คลองเตย จตุจักร และหลักสี่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังที่จะมีการติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง

ส่วนอีก 4 เขต คือปทุมวัน สาทร ป้อมปราบศัตรูพ่าย และสัมพันธวงศ์ เป็นเขตที่มีแนวโน้มควบคุมการระบาดได้

ให้ใช้อาคารสถานที่จับสลากเข้าเรียน - สอบ

ส่วนผลประชุม ศปก.ศบค.ประจำวันนี้ มีมติดังนี้ 1. เห็นชอบตามที่ตามกระทรวงศึกษาธิการที่ขออนุญาตใช้อาคารสถานที่ของสถานศึกษาในการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียน

1.1 ระดับชั้นประถมศึกษษปีที่ 1 ขอใช้อาคารสถานที่ในการจับสลากเข้าเรียน และ 1.2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และปีที่ 4 ขอใช้อาคารสถานที่ในการสอบคัดเลือกและจับสลาก

ทั้งนี้ คณะกรรมฯ ได้เห็นชอบให้ใช้อาคารสถานที่ของสถานศึกษาในการดำเนินกิจกรรมต่อเนื่อง ตั้งแต่การจับสลาก การสอบคัดเลือก ไปจนถึงการรายงานตัว การมอบตัว และการยื่นความจำนง (กรณีเด็กไม่มีที่เรียน)

2.ที่ประชุมอนุญาตให้มีการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนมากกว่า 20 คน ในสถานศึกษาที่มีการจับสลาก และการสอบคัดเลือกนักเรียน

และ 3. ให้ดำเนินการตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด รวมทั้งมาตรการของจังหวัดในพื้นที่

แนะหน่วยงานการศึกษาอื่นขออนุญาตก่อน

นอกจากนี้ ให้หน่วยงานที่เทียบเคียงกัน เช่น หน่วยงานการศึกษาในสังกัด กทม.ใช้รูปแบบเดียวกันได้ แต่ต้องขออนุญาตก่อน เช่นเเดียวกันกับกระทรวงอื่นๆ ที่มีหน่วยงานการศึกษา ก็ขอให้ทำเรื่องขึ้นแล้ว ศปก.ศบค.จะอนุมัติในหลักการในรูปแบบคล้ายกัน

ไม่กักตัว - เดินหน้าผลักดันออกนอกประเทศ

โฆษก ศบค.กล่าวว่า กรณีพบชาวต่างชาติลักลอบข้ามชายแดนทางช่องทางธรรมชาตินั้น นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค.ได้ให้นโยบายมาชัดเจน เลขา สมช.ในฐานะ ผอ.ศปม.ให้ฝ่ายความมั่นคง คือ ศบค.มท.ได้มีการตรวจเข้มและมีการรายงานทุกวันในเรื่องนี้ แต่ในปัจจุบันจะไม่มีการนำเข้ามากักตัวแล้ว แต่จะผลักดันออกนอกประเทศ

ทั้งนี้ ยังพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำ และข่าวบางข่าวเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เชื่อมโยงกันกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนที่ไม่ดี ซึ่งมีการเน้นย้ำว่าขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาแทน

หากมีหลักฐานใดๆ ที่สามารถเก็บได้ ขอความกรุณาได้แจ้งขึ้นมา หากพบเป็นเบาะแสที่จำเป็นจะต้องมีการจัดการเรื่องนี้โดยตรง จะดำเนินการดำเนินคดีในขั้นเด็ดขาด สามารถแจ้งมาได้ที่ โทร. 191 และ 1599

ย้ำประโยชน์ฉีดวัคซีนช่วยให้ไม่ป่วยหนัก-ตาย

ส่วนกรณีที่มีสมาชิกทีมวอลเลย์บอลไทย ผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก 22 คน หลังจากที่รับวัคซีนเข็มแรก เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2564 ว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ หรือเคยมีรายงานหรือไม่ว่ามีผลบวกเกิดขึ้นจากการที่ไปรับวัคซีนเข็มแรก

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่การบอกมาก่อนแล้วว่าการฉีดวัคซีนเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่จะป้องกันโรค แต่ไม่หมายความว่าจะไม่ป่วยไม่เจ็บ ถ้ามีการติดเชื้อก็ยังเกิดขึ้นได้หลังการฉีดวัคซีน

แต่ว่าอาการที่จะป่วย เจ็บหนัก หรือจะเสียชีวิตนั้นจะน้อยลงกว่าที่เราไม่ได้ฉีดวัคซีน นี่คือสิ่งที่แสดงถึงความสำคัญ เพราะฉะนั้น นักกีฬาในชุดนี้ ก็จะเป็นบทเรียนของเราอย่างดีว่าแม้ฉีดไปแล้ว

แต่ถ้าไม่ระมัดระวังตัวในการที่จะต้องมีการใส่หน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย การอยู่ในระยะที่แออัด หรือใกล้ชิด หรือการเล่นกีฬาแล้วมีสารคัดหลั่งทั้งหลายออกมา ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อได้

ซึ่งอยู่ในหลักฐานทางวิชาการที่มีอยู่ แต่ว่าประโยชน์ของการฉีดวัคซีน คือจะทำให้ถ้าติดเชื้อแล้วไม่หนัก ไม่ป่วยจนหนัก และไม่เสียชีวิต หรือจะมีอัตราการป่วยหนัก หรือเสียชีวิตน้อยลงอย่างมาก นี่คือประโยชน์ของวัคซีน

กลับขึ้นด้านบน