รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายเฟกนิวส์ COVID-19 เข้มข้น

รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายเฟกนิวส์ COVID-19 เข้มข้น

รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายเฟกนิวส์ COVID-19 เข้มข้น

รูปข่าว : รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายเฟกนิวส์ COVID-19 เข้มข้น

พล.อ.ประวิตร ตรวจเยี่ยมศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พร้อมย้ำใช้กฎหมายดำเนินการกับเฟกนิวส์ COVID-19 อย่างเร่งด่วน ป้องกันการสร้างความตื่นตระหนกในสังคม ซ้ำเติมสถานการณ์การแพร่ระบาด

วันนี้ (14 พ.ค.2564) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กล่าวว่า ในภาวะวิกฤติที่ประเทศไทยและทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และยังเผชิญกับการเผยแพร่ข่าวปลอมที่รุนแรงมากขึ้น สร้างความตื่นตระหนกในสังคม จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศต้องร่วมกันดําเนินการอย่างเร่งด่วน

หากพบข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือนที่เข้าข่ายเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ให้ดําเนินการป้องกันและปราบปรามอย่างเคร่งครัด เร่งแจ้งเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อ ข่าวปลอม พร้อมชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง ตลอดจนสร้างการรับรู้ ให้รู้เท่าทัน

ขอย้ำให้ดําเนินการอย่างเร่งด่วน หากพบกรณีจงใจสร้างความสับสนแก่ประชาชน โดยเฉพาะประเด็นวัคซีน และเรื่องการแพร่ระบาดของCOVID-19 ต้องร่วมมือตัดวงจรผลิตข่าวปลอม 

ทั้งนี้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และศปอส.ตร. เป็นความร่วมมือระหว่างดีอีเอสกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ตรวจพบข่าวปลอมเกี่ยวกับไวรัส COVID-19  ระหว่างวันที่ 7 เม.ย.-11 พ.ค.2564 จำนวน 3,857,190 ข้อความ หลังจากคัดกรองพบข่าวที่เข้าหลักเกณฑ์ 788 ข้อความ และมีข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 343 เรื่อง อยู่ใน 2 หมวดหมู่ข่าว คือหมวดหมู่สุขภาพ 233 เรื่อง คิดเป็น 68% และหมวดหมู่นโยบายรัฐ 110 เรื่อง คิดเป็น 32%

ภาพรวมสถานการณ์ข่าวปลอมเกี่ยวกับ COVID-19 ทั้ง 3 ระลอก ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. 2563 – 11 พ.ค.2564 รวมระยะเวลา 475 วัน พบข้อความที่เกี่ยวข้อง 73,833,192 ข้อความ หลังจากคัดกรองพบข่าวที่เข้าหลักเกณฑ์ 6,791 ข้อความ ข่าวที่ต้องตรวจสอบ 3,376 เรื่อง

อันดับ 1 คือ หมวดหมู่สุขภาพ พบจำนวน 2,242 เรื่อง คิดเป็น 66% หมวดหมู่นโยบายรัฐ 1,011 เรื่อง คิดเป็น 30% หมวดหมู่เศรษฐกิจ 124 เรื่อง คิดเป็น 4% ในส่วนของหมวดหมู่ภัยพิบัติไม่พบเรื่องที่เข้าข่าย

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน