ศบค.คาดการณ์แย่สุด ติดโควิดพีค 3.1 หมื่นคนต่อวัน

ศบค.คาดการณ์แย่สุด ติดโควิดพีค 3.1 หมื่นคนต่อวัน

ศบค.คาดการณ์แย่สุด ติดโควิดพีค 3.1 หมื่นคนต่อวัน

รูปข่าว : ศบค.คาดการณ์แย่สุด ติดโควิดพีค 3.1 หมื่นคนต่อวัน

ศบค.เปิดผลวิจัยคาดการณ์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 สูงสุดหากไม่มีมาตรการดูแลตัวเลขพีคสูงสุด 31,997 คน หากทำได้ดีจะลดลง 9,018-12,605 คน กำชับของดออกนอกเคหสถานโดยไม่จำเป็น พร้อมตั้งด่านเข้มแข็งคุมเดินทางเข้า-ออก จังหวัดสีแดงเข้ม

วันนี้ (19 ก.ค.2564) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.รายงานสถานการณ์ COVID-19 ประจำวัน โดยระบุว่า รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 11,784 คน แบ่งเป็นการติดเชื้อใหม่ 11,684 คน ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 100 คน รวมตัวเลขผู้ป่วยสะสมตั้งแต่เดือน เม.ย.2564 จำนวน 386,307 คน หายป่วยกลับบ้าน 5,741 คน หายป่วยสะสม 262,225 คน เสียชีวิต 81 คน

 

สำหรับยอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่เริ่มพบการแพร่ระบาดเมื่อปี 2563 จนถึงวันนี้ มีจำนวน 415,170 คน หายป่วยสะสม 289,651 คน และมีผู้เสียชีวิตสะสม 3,422 คน

อ่านข่าวเพิ่ม 1 สัปดาห์ 2,090 คน "โควิดสายพันธุ์เดลตา" ลาม 71 จังหวัด+กทม.

คาดการณ์ 2 รูปแบบ ผู้ติดเชื้อพีคสุด 3.1 หมื่นคนต่อวัน

นพ.ทวีศิลป์ ยังกล่าวถึงการคาดการณ์สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งจัดทำโดย ศ.ดร.นวลจันทร์ สิงห์คราญ อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยคาดการณ์ใน 2 รูปแบบ โดยได้ใช้ข้อมูลตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนถึงวันที่ 17 ก.ค.2564 

คาดการณ์ว่า กรณีแย่ที่สุด หากไม่ทำอะไร ไม่ได้ช่วยกันปล่อยติดเชื้อไปเรื่อย ๆ จะเกิดมีผู้ติดเชื้อสูงสุด 31,997 คนต่อวัน หากดำเนินการให้ดีที่สุดจะมีผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 9,018-12,605 คนต่อวัน ขณะที่ค่ากลางอยู่ที่ 9,695-24,204 คนต่อวัน 

 

ขณะที่ จากการศึกษาการคาดการณ์ของธนาคารกรุงศรี ซึ่งทางองค์การอนามัยโลก WHO ได้นำไปอ้างอิงโดยใช้รูปแบบของการฉีดวัคซีน ซึ่งถ้าหากเราฉีดวัคซีนได้ดี และวัคซีนมาได้ตามกำหนดช่วงเวลา ไตรมาสที่ 4 จะพบว่าในช่วงประมาณเดือน ส.ค. และ ก.ย. ปัจจุบันจะไต่ขึ้นไป คล้ายๆ ตอนนี้ จะสูงกว่า 15,000 รายต่อวัน กรณีที่ดีที่สุดกราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อจะหักลงในช่วงเดือน ก.ย.

ปัจจุบันกราฟยังไต่ขึ้นไปอยู่ประมาณ 10,000-15,000 คน ในช่วงเดือน ส.ค.ต่อ ก.ย. แต่กรณีแย่ที่สุดอาจจะเห็นถึง 22,000 กว่าคน ในช่วง ส.ค.ต่อ ก.ย.

 

ย้ำของดออกนอกเคหสถานโดยไม่จำเป็น

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่28) โดยได้ประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดสูุดจาก 10 จังหวัดเป็น 13 จังหวัดได้แก่กทม. นครปฐม นนทบุรี,  ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี จ.ยะลา จ.สงขลา

 

จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด เป็น 53 จาก 24 จังหวัด ขณะที่ จ.ภูเก็ต เป็นสีเหลือง โดยต้องการดูแลเป็นพิเศษในพื้นที่ 9 จังหวัดบวกกับ 3 จังหวัดภาคใต้ 

ในพื้นที่จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้งดภารกิจที่จะต้องเดินทางออกนอกเคหสถาน และที่พำนักโดยไม่จำเป็น โดยช่วงเวลากลางวันขอให้ลดการเดินทางให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ 

การเดินทางกรณีที่จำเป็น เช่น การเดินทางเพื่อจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาหาร ยาหรือเวชภัณฑ์ การเดินทางเพื่อพบแพทย์ เพื่อเข้ารับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข การรักษาพยาบาล หรือมีความจำเป็นเพื่อปฏิบัติงานหรือการประกอบอาชีพที่ไม่สามารถปฏิบัติงานนอกสถานที่ได้ สามารถกระทำได้แต่ต้องพึงใช้ความระมัดระวังในการป้องกันตนเองตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่ และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด

ตั้งด่านเข้มแข็งคุมเข้า-ออก 13 จังหวัด 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ทางฝ่ายมั่นคงจะมีการตั้งด่านตรวจเข้มแข็ง เพื่อควบคุมการเดินทางเข้า-ออก ในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข็มทั้ง 13 จังหวัด ซึ่งประชาชนจะไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางอย่างมากมาย โดยจะมีแนวทางเข้มข้นขึ้น 3 แนวทาง

1.การแสดงหลักฐานการอนุญาตเดินทางเข้า-ออก ต่อเจ้าหน้าที่ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เป็นต้น 2.ต้องลงทะเบียนในแอปพลิเคชัน "ไทยชนะ" ที่ด่านตรวจ และ 3.ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ COVID19.in.th.ก็จะได้ Qr Code เพื่อใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ขณะเดินทาง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างทดสอบระบบ

ความไม่สะดวกสบายจะเกิดขึ้น เพื่อลดการเดินทางของท่าน ถ้าไม่จำเป็นขอให้ท่านอย่าเดินทาง ขอให้อยู่ในเคหสถานเท่านั้น ขณะนี้ทั่วโลกล็อกดาวน์การอยู่ในที่ตั้งสำคัญสูงสุดในขณะนี้ ฝ่ายความมั่นคงจะดำเนินการอย่างเข้มข้น

นพ.ทวีศิลป์ ในช่วงเวลาระหว่างวัน ในพื้นที่ 13 จังหวัดจะมีความยุ่งยากในการเดินทาง โดยเฉพาะบริเวณขอบจังหวัด คนข้างในจะถูกบล็อกไม่ให้ออกได้ง่าย ๆ คนอยู่ภายนอกต้องมีความจำเป็นจริงๆ จึงจะเข้ามาได้ โดยทำเต็มที่ตลอด 14 วัน หากทำให้ตัวเลขลดลงได้ก็ขอให้ช่วยกัน

 

ขณะที่ขนส่งสาธารณะให้กระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยกำหนดจำนวนผู้โดยสารลดลงโดยจังหวัดที่ไม่ใช่ควบคุมสูงสุดให้ไม่เกินร้อยละ 50 ของความจุผู้โดยสาร

ร้านอาหาร-ร้านสะดวกซื้อ ขายอาหารได้ถึง 20.00 น. 

นพ.ทวีศิลป์  กล่าวอีกว่า การจำหน่าวยอาหารและเครื่องดื่มให้เทคโฮม โดยสามารถจำหน่ายได้ถึงเวลา 20.00 น. ห้างสรรพสินค้า เปิดบริการได้เฉพาะซูเปอร์มาเก็ตและเวชภัณฑ์ รวมถึงพื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีน

ขณะที่ร้านสะดวกซื้อให้ปิดในช่วงเวลา 20.00-04.00 น.ทั้งนี้ขอให้แต่ละจัง หวัดไปดูตลาดสด ร้านสะดวกซื้อ หากมีการติดเชื้อสูงขึ้นขอให้จังหวัดพิจารณาสั่งปิดได้ตามความจำเป็น 

ห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่ม - ให้ยื่นขออนุญาตจัดงานใหม่

นอกจากนี้ ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวมากกว่า 5 คน ภาครัฐให้ประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์เต็ม 100 เปอร์เซนต์ ขณะที่การอนุญาตจัดงานต่าง ๆ ของประชาชนให้มาขออนุญาตใหม่ เพื่อให้พิจารณาความเหมาะสมใหม่

ขณะที่ส่วนราชการให้ปฏิบัติงานที่บ้านสูงสุด (WFH) ให้เต็มจำนวนเพื่อลดการเดินทาง และการเคลื่อนย้ายโดยเฉพาะจังหวัดควบคุม และเข้มงวดสูงสุด ขณะที่เอกชนให้ประชุมหรือจัดการประชุมให้น้อยที่สุด โดยจะเกิดขึ้นในวันนี้

ทั้งนี้ ศบค.ให้แต่ละจังหวัดออกประกาศข้อกำหนดในแต่ละจังหวัด ให้สอดคล้องกับในแต่ละจังหวัดมากขึ้น ขณะที่สวนสาธารณะในแต่ละจังหวัดต้องรอการประกาศอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รอประเมินอีก 2 เดือน ยอดผู้ติดเชื้อไม่ลด อาจต้องล็อกดาวน์เข้มข้น

ป่วยโควิดรายใหม่ 11,784 คน เสียชีวิต 81 คน

 

กลับขึ้นด้านบน