โควิด-19 ระบาดยืดเยื้อ ซ้ำเติมผู้ค้ารายย่อย

โควิด-19 ระบาดยืดเยื้อ ซ้ำเติมผู้ค้ารายย่อย

โควิด-19 ระบาดยืดเยื้อ ซ้ำเติมผู้ค้ารายย่อย

รูปข่าว : โควิด-19 ระบาดยืดเยื้อ ซ้ำเติมผู้ค้ารายย่อย

สถานการณ์การระบาดที่ยืดเยื้อ ทำให้ประชาชนเริ่มถอนเงินเก็บมาใช้ เพื่อประคองสถานการณ์ หลังพบเงินฝากระบบลดลงครั้งแรก ในรอบ 5 เดือน ขณะที่ผู้ค้ารายย่อย เรียกร้องให้รัฐบาลพักชำระหนี้ และงดเก็บค่าสาธารณูปโภค 6 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

สถานการณ์การระบาดที่ยังรุนแรง ทำให้รัฐบาลอาจยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเพิ่มเติม

ผู้ดูแลร้านอาหารซีฟู๊ด ย่านสะพานควาย บอกว่า ลำพังมาตรการห้ามนั่งร้าน และจำกัดเวลาขายอาหาร ก็ส่งผลกระทบต่อยอดขายลดลง มากกว่าร้อยละ 50

อีกทั้งลูกค้าที่เข้ามาซื้ออาหารส่วนใหญ่ มักต้องการใช้สิทธิ์ "คนละครึ่ง" แต่ร้านไม่สามารถให้ชำระได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ธนาคารมาตรวจสอบ ซึ่งใช้เวลานานกว่า 1 เดือนแล้ว นับจากยื่นเอกสารขอเข้าร่วมโครงการ

ทั้งนี้การที่รัฐบาลประกาศมาตรการที่เข้มข้นขึ้น อาจกระทบต้นทุนบริหารจัดการของสดที่เตรียมไว้ จึงขอให้เร่งกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนทั่วไปโดยเร็ว

เช่นเดียวกับผู้ค้าอาหารบางส่วน บอกว่า ประชาชนขาดรายได้ ลดการใช้จ่าย การเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการ หรือขยายระยะเวลามาตรการควบคุม

ควรให้สถาบันการเงินทุกแห่ง พักชำระหนี้ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ตลอดจนค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค รวมทั้งแจกเงินเยียวยา "เราชนะ" ซึ่งคล่องตัวมากกว่า โครงการร่วมกันจ่ายแบบ "คนละครึ่ง"

ขณะที่สถานการณ์การระบาดที่ยืดเยื้อ ทำให้ประชาชนเริ่มนำเงินออมมาใช้จ่าย รวมทั้งชะลอแผนการซื้อรถ และที่อยู่อาศัยใหม่

สอดคล้องข้อมูล ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า เงินฝากในระบบธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 ลดลงจากเดือนก่อน 1 แสนล้านบาท นับเป็นการปรับลดลงครั้งแรก ในรอบ 5 เดือน

โดยเฉพาะ ผู้ฝากเงินรายย่อย หรือ บัญชีที่มีเงินฝาก ไม่เกิน 5 หมื่นบาท และเกิน 5 หมื่น แต่ไม่ถึง 1 แสนบาท มีอัตราการชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสะท้อนถึงการนำเงินบางส่วนมาประคองผลกระทบในช่วงการระบาด

กลับขึ้นด้านบน