วันมหิดล สธ.ระดมฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 ล้านโดส

วันมหิดล สธ.ระดมฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 ล้านโดส

วันมหิดล สธ.ระดมฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 ล้านโดส

รูปข่าว : วันมหิดล สธ.ระดมฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 ล้านโดส

วันที่ 24 ก.ย.นี้ กระทรวงสาธารณสุข จะระดมฉีดวัคซีนให้ได้อย่างน้อย 1 ล้านโดส หรือฉีดให้ได้ประมาณ 28 ล้านคน ในทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยตั้งเป้าใช้สูตรไขว้เร่งฉีดเข็มแรกให้ครบร้อยละ 50 ของประชากร ในเดือน ต.ค.นี้

วันนี้ (19 ก.ย.2564) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข เตรียมแผนระดมฉีดวัคซีนโควิด-19 ทุกเข็มอย่างน้อย 1 ล้านโดส ในวันมหิดล ซึ่งตรงกับวันที่ 24 ก.ย.2564 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่องค์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย

จึงขอเชิญชวนประชาชน ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน เข้ารับการฉีดได้ที่สถานบริการใกล้บ้าน โดยขณะนี้วัคซีนที่ไทยใช้มี 4 ชนิด คือ ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม แอสตราเซเนกา และไฟเซอร์

สำหรับวัคซีนหลักที่ใช้ฉีดเข็มที่ 1 คือ ซิโนแวค และเข็มที่ 2 แอสตราเซเนกา ห่างกัน 3-4 สัปดาห์ จากผลการศึกษาวิจัยในประเทศ พบว่า วัคซีนทั้ง 2 ชนิดนี้ เสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ใช้เวลาสั้นกว่าวัคซีนสูตรปกติ แต่หากรายใดพบปัญหาแพ้วัคซีนเข็มแรก ก็จะเปลี่ยนชนิด

ส่วนการกระตุ้นเข็ม 3 ให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม ตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค. - พ.ค.ที่ผ่านมา จะได้รับแจ้งข้อความ SMS ผ่านทางแอปพลิเคชันหมอพร้อม หรือ ลงทะเบียนที่สถานพยาบาลเดิม และเข้ารับวัคซีนในพื้นที่กำหนด เช่น กทม. ที่สถานีกลางบางซื่อ

สำหรับกลุ่มนักเรียน 12-17 ปี ที่จะเริ่มฉีดไฟเซอร์เข็มที่ 1 ในช่วงต้นเดือน ต.ค.นี้ จะคำนึงถึงประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และเป็นไปตามเจตจำนงของผู้ปกครองเป็นสำคัญ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข จะร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ บริหารจัดการระบบการฉีดให้รัดกุม และมีความปลอดภัยสูงสุด

ภาพรวมการฉีดวัคซีน ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. - 16 ก.ย.2564 ฉีดวัคซีนรวม 43,342,103 โดส ฉีดครบ 2 เข็ม จำนวน 14,285,995 โดส และฉีดเข็มที่ 1 ไปแล้ว จำนวน 28,436,015 โดส โดยเร่งรัดให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ให้ได้ร้อยละ 50 ภายในสิ้นเดือน ต.ค.นี้

ขณะที่วันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 13,576 คน ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 1,476,477 คน และมีผู้เสียชีวิตอีก 117 คน รวมมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 แล้ว 15,363 คน ขณะเดียวกัน มีผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านได้ 12,492 คน เหลือรักษาตัวในโรงพยาบาล 131,095 คน

กลับขึ้นด้านบน