เช็กสัญญาณสาธารณสุข ก่อนคิกออฟ "พัทยามูฟออน"

เช็กสัญญาณสาธารณสุข ก่อนคิกออฟ "พัทยามูฟออน"

เช็กสัญญาณสาธารณสุข ก่อนคิกออฟ "พัทยามูฟออน"

รูปข่าว : เช็กสัญญาณสาธารณสุข ก่อนคิกออฟ "พัทยามูฟออน"

เมื่อมีแนวโน้วเลื่อนเปิดท่องเที่ยว 5 จังหวัดเป็นวันที่ 1 พ.ย. ความกังวลในการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากร 70% อาจไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แต่ละจังหวัดจึงเริ่มโฟกัสที่การลดตัวเลขผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะชลบุรีที่เร่งเดินหน้ามาตรการเชิงรุกคุมเข้ม 3 กลุ่มเสี่ยง

หลังแพทย์และผู้เชี่ยวชาญส่งสัญญาณเตือนถึงการเปิดประเทศที่อาจเร็วเกินไป หากจะคิกออฟในวันที่ 1 ต.ค. โดยเฉพาะความเห็นจาก รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ที่แสดงถึงความกังวลว่า หากพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มหลังเปิดท่องเที่ยว อาจเป็นการ "รับศึกหลายด้าน" ท่ามกลางการดูแลผู้ติดเชื้อในประเทศที่เพิ่งได้เข้ารักษาในโรงพยาบาล

ขณะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวของ 5 จังหวัด ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร จะถูกเลื่อนไปเปิดอย่างน้อยเป็นวันที่ 1 พ.ย. เพื่อให้การฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มถึงร้อยละ 70 ก่อน

5 จังหวัดฉีดวัคซีนถึงไหน ?

หากลองตรวจสอบความคืบหน้าในระบบสาธารณสุขของทั้ง 5 จังหวัดจะพบว่า ข้อมูลวันที่ 23 ก.ย.64 กรุงเทพมหานครมียอดผู้ป่วยเพิ่ม 2,456 คน รวมสะสมระลอกใหม่ 353,734 คน ขณะที่ยอดฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นวันเดียว 47,554 โดส รวมสะสมเข็ม 1 จำนวน 7,931,546 โดส ครอบคลุม 103.02% ส่วนเข็ม 2 สะสม 3,495,236 โดส ครอบคลุม 45.40%

ขณะที่ จ.เชียงใหม่ มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่ม 59 คน รวมสะสม 8,102 คน ขณะที่ยอดฉีดวัคซีนรวมสะสมเข็ม 1 จำนวน 585,074 โดส ครอบคลุม 46.39% ส่วนเข็ม 2 สะสม 360,532 โดส ครอบคลุม 28.59%

ส่วน จ.เพชรบุรี มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่ม 177 คน รวมสะสม 17,575 คน ขณะที่ยอดฉีดวัคซีนรวมสะสมเข็ม 1 จำนวน 228,629 โดส ครอบคลุม 64.69% ส่วนเข็ม 2 สะสม 150,776 โดส ครอบคลุม 42.84%


ด้าน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่ม 151 คน รวมสะสม 9,830 คน ขณะที่ยอดฉีดวัคซีนรวมสะสมเข็ม 1 จำนวน 237,787 โดส ครอบคลุม 55.2% ส่วนเข็ม 2 สะสม 166,817 โดส ครอบคลุม 38.7%

สำหรับ จ.ชลบุรี มียอดติดเชื้อเพิ่ม 743 คน ยอดสะสม 82,145 คน ขณะที่ยอดฉีดวัคซีนรวมสะสมเข็ม 1 ประมาณ 1,200,00 โดส ครอบคลุมประมาณ 60% ส่วนเข็ม 2 สะสมประมาณ 500,000 โดส ครอบคลุมประมาณ 30%

เมื่อได้เวลาเพิ่มอีก 1 เดือน การฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรร้อยละ 70 ให้ทันกรอบเวลาจึงอาจไม่ใช่ปัญหา โดยเฉพาะในพื้นที่ชลบุรีที่มีกำลังฉีดได้วันละ 20,000 - 30,000 โดส ซึ่ง สสจ.ชลบุรี คาดว่าภายใน 1 เดือนตัวเลขผู้ฉีดวัคซีนเข็ม 2 จะไล่ตามเข็ม 1 ทันแน่นอน

เอกชนพร้อมทำตามมาตรการเดินหน้าเปิดท่องเที่ยว

ขณะที่ความกังวลของตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศอาจสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นกัน "ไม่ใช่แค่เรากลัวเขา แต่เขาก็กลัวเรา" คำบอกเล่าจาก "ธเนศ ศุภรสหัสรังสี" ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี หนึ่งในผู้ผลักดันแผน Pattaya Move On


เอกชนใน จ.ชลบุรี พร้อมปรับตัวเข้ามาตรฐาน SHA Plus + ตามแผน Seal Area เช่นเดียวกับภูเก็ตแซนด์บ็อก ขณะนี้คาดว่าเฟสแรกจะเข้าร่วมได้ 80-90 แห่ง แต่บางส่วนยังพบปัญหาการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาให้พนักงาน เนื่องจากต้องรอเวลาฉีดเข็ม 2 นานถึง 3 เดือน นำไปสู่การหารือและตกลงว่าจะปรับลดเหลือ 2 เดือนในที่สุด 


เมื่อคลายปัญหาเรื่องวัคซีน โจทย์สำคัญของ 5 จังหวัดนำร่องเปิดท่องเที่ยวในขณะนี้จึงอาจต้องหันกลับมาโฟกัสการลดตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศเพื่อเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มที่

จากภูเก็ตแซนด์บ็อก สู่แผนลดตัวเลขในประเทศ

บทเรียนจากภูเก็ตแซนด์บ็อกยังสะท้อนให้เห็นว่า แม้มาตรการคุมเข้มคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติจะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพจน 2 เดือน มียอดผู้ติดเชื้อในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกไม่ถึงร้อยคน แต่หากประชาชนเริ่มเคลื่อนย้าย มีการรวมกลุ่มขัดมาตรการหรือฝ่าฝืนกฎหมายอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายโรคที่ควบคุมได้ยาก

ทุกวันนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อมาก ส่วนใหญ่มาจากสถานประกอบการ ก่อนจะกระจายไปที่พักและชุมชน ทำให้เราต้องตัดวงจรสถานประกอบการและแหล่งชุมชน เพื่อลดตัวเลขในชลบุรี

สถานการณ์ใน จ.ชลบุรี ที่มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรายวันเกือบหลักพันทั้งที่ยังไม่เปิดท่องเที่ยวกลายเป็นภารกิจสำคัญที่ นพ.อภิรัต กตัญญุตานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ประกาศเดินหน้ามาตรการเชิงรุกกับ 3 กลุ่มเสี่ยง คือ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่มี Factory sandbox รองรับ พร้อมเชิญชวนโรงงานในจังหวัดทุกแห่งทำ ATK WEEK อย่างจริงจัง ก่อนจะสุ่มตรวจ 10% ทุกสัปดาห์ ซึ่งโรงงานส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ภาพ : สสจ.ชลบุรี

ภาพ : สสจ.ชลบุรี


ส่วนกลุ่มร้านอาหาร กรมอนามัยมีเกณฑ์ COVID Free Setting เป็นเครื่องมือที่ต้องคุมเข้มโดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยว บุคลากรต้องตรวจ ATK และฉีดวัคซีนให้ครบทุกคน และมีป้ายแจ้งว่าตรวจ ATK ครั้งสุดท้ายเมื่อใด และในอนาคตทางจังหวัดอาจออกใบประกาศการันตีว่าร้านนี้ทำตามมาตรฐานสะอาดและปลอดภัย

สุดท้ายคือ กลุ่มโรงเรียนซึ่งเด็กและผู้ปกครองต่างเฝ้ารอวันเปิดเทอม ขณะเดียวกันความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญ แม้วันนี้ครูจะทยอยได้รับวัคซีนและพร้อมตรวจ ATK ส่วนนักเรียนก็เริ่มได้รับวัคซีน แต่ สสจ.ชลบุรี เดินหน้าสำรวจผู้ปกครองนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 608 หากใครยังไม่ได้รับวัคซีนให้มาฉีดโดยด่วนทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กและผู้ปกครองปลอดภัยก่อนเปิดเทอม

ชลบุรีเตรียมพร้อม - Hospitel รองรับนับหมื่นเตียง

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ยังระบุอีกว่า การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ผ่านมา ระบบสาธารณสุขสามารถรองรับได้อย่างดี เนื่องจากภายในจังหวัดมี Hospitel จำนวนมากกว่า 10,000 เตียง ช่วงที่ไม่มีคนไข้ก็เปลี่ยนกลับไปให้บริการโรงแรม แต่หากยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกแห่งก็พร้อมจะกลับมาเปิดเป็น Hospitel เสมอ "นี่คือข้อได้เปรียบของ จ.ชลบุรี"

หากมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อย ๆ จะเปิดท่องเที่ยวก็ต้องเปิด ไม่อย่างนั้นจะ Living with COVID-19 ได้อย่างไร


สสจ.ชลบุรี มั่นใจว่า หากทำตามมาตรการเชิงรุก ตัวเลขก็น่าจะลดลง แต่ก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน และสถานประกอบการด้วย โดยภารกิจหลักขณะนี้ คือการลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวมั่นใจว่า "เราทำได้ดีและสามารถเดินหน้าตามแผนต่อไปได้"


จากคำบอกเล่าของภาคเอกชนที่พร้อมปรับตัวและรอคอยวันเปิดเมืองอย่างใจจดจ่อ ขณะที่ภาคสาธารณสุขเร่งเดินหน้าลดตัวเลขผู้ติดเชื้อและฉีดวัคซีน พร้อมเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือรองรับภาวะฉุกเฉินอย่างจริงจัง ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อให้ประเทศได้ไปต่ออย่างสมดุลทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เช็กความพร้อมธุรกิจเมืองพัทยา กับความหวังเปิดประเทศ

"บิ๊กบอส" ฮอลลีวู้ด คลับ พัทยา เผยธุรกิจบันเทิง ยินดี "ปิดก่อน-เปิดทีหลัง" 

 

กลับขึ้นด้านบน