ห่วงประเทศร่ำรวยแย่งซื้อ "โมลนูพิราเวียร์" ซ้ำรอยปัญหาเหลื่อมล้ำ

ห่วงประเทศร่ำรวยแย่งซื้อ "โมลนูพิราเวียร์" ซ้ำรอยปัญหาเหลื่อมล้ำ

ห่วงประเทศร่ำรวยแย่งซื้อ "โมลนูพิราเวียร์" ซ้ำรอยปัญหาเหลื่อมล้ำ

รูปข่าว : ห่วงประเทศร่ำรวยแย่งซื้อ "โมลนูพิราเวียร์" ซ้ำรอยปัญหาเหลื่อมล้ำ

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ แสดงความกังวลถึงแผนการกระจาย "ยาโมลนูพิราเวียร์" รักษาโควิด-19 ของบริษัทเมอร์ค ส่อซ้ำรอยปัญหาความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงวัคซีนระหว่างประเทศร่ำรวยและประเทศยากจน

วันนี้ (18 ต.ค.2564) สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ รวมถึงสมาคมสิทธิบัตรยา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ให้การสนับสนุน แสดงความกังวลว่าประเทศร่ำรวยอาจจะแย่งซื้อ "ยาโมลนูพิราเวียร์" หลังจากมีหลายชาติทำสัญญาจัดซื้อยารักษาโควิด-19 กับเมอร์คไปแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ที่มีข้อตกลงจัดซื้อยา 1.7 ล้านชุด และอาจสั่งเพิ่มอีก 3.5 ล้านชุด ในอีกไม่ถึง 2 ปีข้างหน้า ด้วยราคาชุดละประมาณ 23,400 บาท

ขณะที่แผนการกระจายยาในปัจจุบัน อาจไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาการเข้าถึงยารักษาโควิด-19 ของกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางและยากจน หลังรายงานที่เตรียมเสนอต่อคณะทำงานจัดซื้อยาเพื่อประเทศยากจนของยูเอ็น ชี้ว่า หน่วยงานของยูเอ็นทำงานไม่เร็วพอในการจัดหาการรักษาใหม่ๆ ซึ่งรวมทั้งการจัดซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ด้วย

นอกจากนี้ยังได้ออกมาเรียกร้องให้เมอร์คขยายใบอนุญาตการผลิตยาตัวนี้ไปยังโรงงานผลิตยาในประเทศต่างๆ เพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่มีการทำสัญญากับ 8 บริษัทในอินเดีย เพื่อผลิตยาราคาถูกให้ 109 ประเทศทั่วโลก เนื่องจากมองว่าวิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนยาและป้องกันราคายาที่พุ่งสูง

เมอร์ควางแผนผลิตยาโมลนูพิราเวียร์ 10 ล้านชุดภายในปีนี้ และอีก 20 ล้านชุดในปี 2565 ขณะที่คาดการณ์ว่าสหรัฐฯ น่าจะอนุมัติให้มีการใช้ยาดังกล่าวเร็วที่สุดในเดือน ธ.ค.2564

 

กลับขึ้นด้านบน