จับต่างชาติลวงกดลิงก์ดูดเงิน หนีคดี 15 ปี อีก 1 วันหมดอายุความ

จับต่างชาติลวงกดลิงก์ดูดเงิน หนีคดี 15 ปี อีก 1 วันหมดอายุความ

จับต่างชาติลวงกดลิงก์ดูดเงิน หนีคดี 15 ปี อีก 1 วันหมดอายุความ

รูปข่าว : จับต่างชาติลวงกดลิงก์ดูดเงิน หนีคดี 15 ปี อีก 1 วันหมดอายุความ

ตำรวจสอบสวนกลาง จับกุมชายสัญชาติอเมริกัน อายุ 63 คน หลอกดูดเงินผ่านธุรกรรมออนไลน์ เสียหายหลักแสนบาท ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังหนีคดีนาน 15 ปี และจะหมดอายุความในวันนี้

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกันจับกุมนายทอม (นามสมมุติ) อายุ 63 ปี สัญชาติอเมริกัน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 531/2564 ลงวันที่ 18 ต.ค.2564 ในความผิดฐาน “ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน, ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ซึ่งเป็นบัตรที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด” ที่ซอยหัวหิน 88/1 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2564

พฤติการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ จับกุมตัวนายทอม ผู้ต้องหาซึ่งได้หลอกลวงให้ผู้อื่นทำธุรกรรมออนไลน์ มูลค่าความเสียหายรวมแสนกว่าบาท หลังหลบหนีมานานเกือบ 15 ปี เหลือเพียง 1 วัน จะครบอายุความ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ก.พ.2550 นายสมชาย ผู้รับมอบอำนาจจากทางธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายธนาธิป (สงวนนามสกุล) และนางธัญรัศม์ (สงวนนามสกุล) ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน, ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ของผู้อื่นโดยมิชอบซึ่งเป็นบัตรที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด”

ต่อมากองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้รับคำร้องทุกข์ไว้และทำการสอบสวน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองไว้ได้ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลจนทราบตัวผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติม คือ นายทอม

จากการสืบสวนสอบสวนขยายผลทราบว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุเมื่อประมาณปลายเดือน ต.ค.2549 ผู้ก่อเหตุปลอมแปลงเว็บไซต์ที่มีลักษณะคล้ายเว็บไซต์ของธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่ง และส่งข้อความไปยังเป้าหมายที่เป็นลูกค้าของธนาคารที่มีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบ E-Banking อ้างว่าเว็บไซต์ของธนาคารได้ทำการปรับปรุงและให้คลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ปลอม หากลูกค้าหลงเชื่อทำรายการเข้าไปในเว็บไซต์ดังกล่าวก็จะไม่สามารถทำรายการต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเพียงระบบที่ทำมาเพื่อเก็บข้อมูลจากผู้หลงเชื่อและกรอกข้อมูลลงไปเท่านั้น

จากกรณีดังกล่าวปรากฏว่ามีผู้เสียหายเป็นลูกค้ารายหนึ่งของธนาคาร ถูกหลอกลวงเข้าไปทำรายการในเว็บไซต์ปลอม จนถูกกลุ่มผู้ต้องหาเก็บข้อมูลชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับเข้าระบบธุรกรรมทางการเงินไว้ จากนั้นได้นำข้อมูลของผู้เสียหายไปทำการโอนเงินจากบัญชีผ่านทางระบบ E-Banking ด้วยการโอนเงินออกไปยังบัญชีต่าง ๆ จำนวนหลายบัญชี โดยบัญชีรับเงินที่โอนออกไปนั้น มีนายธนาธิป เป็นผู้ที่ติดต่อว่าจ้างบุคคลอื่นมาเปิดบัญชีดังกล่าว มีการให้ค่าตอบแทนประมาณ 4,000-5,000 บาทต่อบัญชี ต่อมาเมื่อมีการจับกุมตัวนายธนาธิป ได้ และให้การเพิ่มเติมว่าตนเองถูกนายทอม หลอกลวงให้ช่วยหาคนมาเปิดบัญชีเงินฝาก อ้างว่าจะนำไปใช้เพื่อรับเงินที่ได้จากการเล่นหุ้นจากต่างประเทศแล้วจะให้ค่าตอบแทน ทำให้นายธนาธิป หลงเชื่อไปติดต่อหาคนมาเปิดบัญชีรับเงินดังกล่าว โดยนายทอมฯ ได้มอบบัตรเอทีเอ็มให้นายธนาธิป จำนวน 1 ใบ เป็นการตอบแทน ซึ่งเป็นบัญชีที่มีเงินอยู่จำนวน 100,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นเงินของตนเอง

ต่อมานายทอมถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวดำเนินคดีแล้ว แต่หลังจากนั้นได้ยื่นประกันตัวและหลบหนีไม่มาพบพนักงานอัยการตามนัด โดยได้หลบหนีกบดานอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลาเกือบ 15 ปี ซึ่งจะครบกำหนดอายุความในวันที่ 22 ต.ค.2564 ล่าสุดนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก. 5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

กลับขึ้นด้านบน